Connect with us

ข่าว

ชป.ชี้แจงกรณีชุมชนกะเหรี่ยง อ.งาว จ.ลำปาง ร้องให้ยกเลิกโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาวฯ

Published

on

กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีที่มี ชาวกะเหรี่ยงบ้านขวัญคีรี ต .บ้านร้อง อ .งาว จ.ลำปาง เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำงาวอันเนื่องมาจากพระราชด าริ เนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงการฯที่ไม่ได้มาจากความต้องการของคนในชุมชน รวมทั้ง กระบวนการว่าจ้างบริษัท มาศึกษาผลกระทบไม่ชอบธรรม และไม่ชอบด้วยกฎหมาย การขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง และการไม่รับฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งชุมชนยังได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในด้านที่ดินและด้านวิถีวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยง นั้น

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รอง อธิบดีกรมชลประทาน ได้ชี้แจง ว่า โครงการอ่างเก็บน้้าน้้างาว -อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ จังหวัดล้าปาง เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด้าริของพระบาทสมเด็จ -พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 สืบเนื่องจากนายอดิศักดิ์ ศักดิ์นภารัตน์ ขอพระราชทานพระมหากรุณาในการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำแม่งาว บริเวณบ้านแม่หยวก ม. 4 ต.หลวงเหนือ อ.งาว จ.ลำปาง เนื่องจากพื้นที่ 6 ตำบลของอำาเภองาว ได้แก่ ตำบลบ้านร้อง ตำบลปงเต้า ตำบลนาแก ตำบลหลวงเหนือ ตำบลหลวงใต้ และตำบลบ้านโป่ง มักจะประสบ ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยเป็นประจ้า หากสามารถดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำงาวฯได้ จะ เป็นแหล่งเก็บกักน้ำ ไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริภาคและการ เกษตรได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังสามารถ บรรเทาความเสียหายจากปัญหาอุทกภัย ในพื้นที่ 6 ตำบลดังกล่าวด้วย ส่วนข้อที่ว่าในพื้นที่ดังกล่าว การพัฒนาเพียงฝายต้นน้ำ ก็เพียงพอแล้ว นั้น ในข้อเท็จจริงแล้ว ปริมาณน้ำที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับความต้องการ ใช้ของราษฎรทั้ง 6 ตำบล ซึ่งการศึกษาฯในครั้งนี้จะมีการศึกษาเปรียบเทียบแนวทางต่างๆ ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แต่ละแนวทางสามารถช่วยเหลือพื้นที่ได้เท่าใด

สำหรับกรณีการจ้างบริษัทที่ปรึกษา นั้น เป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากพื้นที่ของอ่าง เก็บน้ำอยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 จึงต้องจัดท้ารายงานการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อม ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 19 พ.ย.2561 ซึ่งข้อกำหนดตาม กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยให้มีกลุ่มเป้าหมายให้ครอบ คลุม โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งในการประชุมปฐมนิเทศ ได้มีการเชิญกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโครงการฯเข้าร่วมประชุม เพื่อให้รับทราบการดำเนินงานของกรมชลประทานในทุกขั้นตอนทั้งนี้ ยังเหลือระยะเวลาที่จะต้องท้าการศึกษาความเหมาะสมฯ อีกกว่า 300 วัน ซึ่งในระหว่างนี้ กรมชลประทาน จะดำเนินการสร้างความ เข้าใจให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงยังต้องศึกษาถึงความเหมาะสม ทั้งทางด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านเศรษฐศาสตร์อย่างละเอียดในระยะต่อไป

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ขอยืนยันว่า ในการดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำทุกโครงการที่มีผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ และพื้นที่ชุมชน นั้น ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่กรมชลประทาน ได้ยึดมั่นในการดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด

Continue Reading
Advertisement