Pop Culture & Sub Culture
แอนิเมชันทุนต่ำ Niu Lai สร้างปรากฏการณ์ไวรัลจีน ทำรายได้ทะลุ 2.5 ล้านหยวนหลังเผชิญเสียงวิจารณ์หนัก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ภาพยนตร์แอนิเมชันจีนฟอร์มเล็กเรื่อง Niu Lai กลายเป็นกรณีศึกษาที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในตลาดภาพยนตร์ของประเทศจีน หลังพลิกสถานการณ์จากรายได้เปิดตัวต่ำกลับมาทำเงินสะสมทะลุ 2.5 ล้านหยวน หรือประมาณ 12.2 ล้านบาท ท่ามกลางการแข่งขันของโปรแกรมภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์ในช่วงฤดูร้อน แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงคุณภาพงานสร้างที่ต่ำกว่ามาตรฐานทั่วไปก็ตาม
ภาพยนตร์ดังกล่าวเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม โดยไม่มีการประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่และไม่มีดารานักแสดงชื่อดังร่วมงาน ข้อมูลจากแพลตฟอร์มจำหน่ายตั๋ว Maoyan ระบุว่า ภาพยนตร์ทำรายได้วันแรกเพียง 3,400 หยวน และตลอด 9 วันแรกทำรายได้รวมเพียง 7,169 หยวน หรือประมาณ 35,000 บาท โดยมีผู้ชมเข้าชมไม่ถึง 300 คน เนื่องจากมีทีมงานสร้างสรรค์เพียงสองคนและโมเดลตัวละครที่เรียบง่าย
รายงานข่าวจาก Vocal ระบุว่า การประชาสัมพันธ์ของภาพยนตร์มีเพียงใบปิดสไตล์ภาพวาดพู่กันจีนโบราณพร้อมเรื่องย่อสั้น ๆ ซึ่งทำให้ผู้ชมคาดหวังว่าจะเป็นงานภาพยนตร์คุณภาพสูง แต่เมื่อเข้าชมจริงกลับพบว่าเป็นภาพเคลื่อนไหวคอมพิวเตอร์กราฟิกที่มีความหยาบ การเคลื่อนไหวของตัวละครกระตุกและโมเดลซ้อนทับกัน รวมถึงพื้นผิวภาพแบนและเบลอ

สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนแปลงเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม หลังประเด็นรายได้ 9 วันแรกกลายเป็นหัวข้อไวรัลบนสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจในความแปลกใหม่และความเรียบง่ายของงานสร้าง จนเกิดคำวิจารณ์เชิงล้อเลียนว่าเป็นภาพยนตร์ระดับพื้นฐาน หรืองานภาพด้อยกว่าระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงมีการนำชื่อเรื่องซึ่งมีความหมายว่ากระทิงมาเชื่อมโยงกับตลาดหุ้น (Bull Market) จนกลายเป็นกระแสอินเทอร์เน็ตมีม (Meme) และดึงดูดผู้ชมเข้าโรงภาพยนตร์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
รายงานจาก Science and Technology Daily ระบุว่า บัญชีทางการบน Sina Weibo ของภาพยนตร์ได้ออกมายอมรับว่า ผลงานยังมีจุดบกพร่องและไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์แอนิเมชันฉายโรง ทั้งในแง่ของงานภาพและการเล่าเรื่อง โดยทางผู้สร้างพร้อมน้อมรับข้อวิจารณ์เพื่อนำไปปรับปรุง พร้อมแสดงความขอบคุณต่อการตอบรับของผู้ชม
9 days, ¥7,169 (US$1,063), 236 viewers — a 2026 Chinese animated film just set the year's lowest theatrical gross. Some viewers said it was even worse than amateur AI-generated clips. pic.twitter.com/ko8qwDdEaE— Shanghai Daily (@shanghaidaily) August 14, 2026
ด้าน จาง เผิง (Zhang Peng) นักวิจัยด้านวัฒนธรรมและรองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยหนานจิง นอร์มอล (Nanjing Normal University) ให้สัมภาษณ์กับ Global Times ว่า การเติบโตของรายได้ภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดจากแรงขับเคลื่อนของกระแสโซเชียลและความอยากรู้อยากเห็นของผู้ชมที่ต้องการมีส่วนร่วมกับเทรนด์ มากกว่าการประเมินจากคุณภาพที่แท้จริงของภาพยนตร์ ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเตือนแก่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ว่า กระแสไวรัลชั่วคราวไม่สามารถทดแทนรากฐานการสร้างสรรค์ที่มั่นคง และคุณภาพของเนื้อหายังคงเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะยาว
