Connect with us

ข่าว

จีนทดสอบรถไฟแม็กเลฟต้นแบบ ทำความเร็วแตะ 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 5.3 วินาที ทำลายสถิติโลก

Published

on

จีนเปิดฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายต่อต้านการบูลลี่ทางไซเบอร์ 60 มาตรา กำหนดมาตรการควบคุมแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต และลงโทษการคุกคามออนไลน์เพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะนักวิจัยในประเทศจีนประสบความสำเร็จในการทดสอบยานพาหนะต้นแบบพลังแม่เหล็ก หรือ รถไฟแม็กเลฟ (Maglev) โดยสามารถเร่งความเร็วจากจุดหยุดนิ่งสู่ความเร็ว 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ประมาณ 497 ไมล์ต่อชั่วโมง) ได้ภายในเวลาเพียง 5.3 วินาที สร้างสถิติโลกใหม่ด้านอัตราเร่งระยะสั้นสำหรับระบบขนส่งรางแม่เหล็ก

การทดสอบดังกล่าวจัดขึ้นบนรางทดสอบความยาว 1 กิโลเมตร ณ ห้องปฏิบัติการตงหู (Donghu Laboratory) มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน โดยใช้ยานพาหนะทดสอบน้ำหนักประมาณ 1.1 ตัน ซึ่งใช้แรงแม่เหล็กยกตัวรถให้ลอยเหนือรางเพื่อลดแรงเสียดทาน ก่อนจะขับเคลื่อนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากขดลวดรอบราง และยังได้ทดสอบระบบเบรกฉุกเฉินความแม่นยำสูงที่สามารถหยุดตัวรถได้อย่างสมบูรณ์ในระยะทางประมาณ 200 เมตร

ตัวแทนคณะผู้แทนถาวรจีนประจำสหประชาชาติ ได้เผยแพร่วิดีโอบันทึกการทดสอบพร้อมระบุว่า การทดลองครั้งนี้สามารถทำความเร็วได้ 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลา 5.3 วินาที ซึ่งเป็นการสร้างสถิติโลกใหม่ของระบบรถไฟทดสอบที่ขับเคลื่อนโดยไร้ล้อสัมผัสราง โดยถือเป็นการทำลายสถิติด้านอัตราเร่งของตนเองเป็นครั้งที่ 3 ภายในระยะเวลา 6 เดือน หลังจากการทดสอบก่อนหน้านี้ทำความเร็วไว้ที่ประมาณ 650 กิโลเมตรต่อชั่วโมง, 700 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 798 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามลำดับ



อย่างไรก็ตาม ระบบรถไฟดังกล่าวยังเป็นเพียงแพลตฟอร์มทดลองเพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบส่งกำลังไฟฟ้าแรงสูง ระบบขับเคลื่อนและควบคุมการลอยตัวด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า ตลอดจนระบบกำหนดตำแหน่งและระบบเบรกฉุกเฉิน ซึ่งต้องควบคุมความเบี่ยงเบนของแนวรางให้อยู่ในระดับไม่เกิน 0.5 มิลลิเมตร จึงยังไม่พร้อมสำหรับให้บริการผู้โดยสารในเชิงพาณิชย์

Advertisement

ปัจจุบัน รถไฟความเร็วสูงเชิงพาณิชย์ของจีนให้บริการที่ความเร็วสูงสุดประมาณ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (217 ไมล์ต่อชั่วโมง) ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นให้บริการอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยทีมวิจัยประเมินว่าองค์ความรู้จากเทคโนโลยีนี้อาจถูกนำไปประยุกต์ใช้กับระบบปล่อยอากาศยานทางทหารหรือจรวดขับดันสู่อวกาศก่อนการพัฒนาเป็นรถไฟโดยสาร เนื่องจากโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงระดับดังกล่าวยังเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุนการก่อสร้าง ปริมาณพลังงานที่ใช้ และมาตรฐานความปลอดภัยทางวิศวกรรมระยะยาว

อ้างอิง [1]