ข่าว
แกร็บฟู้ด เผยยอดสั่งอาหารผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน ส้มตำ-ชาไทย ครองแชมป์เมนูยอดนิยม
สำนักข่าวบริคอินโฟ – แกร็บ ประเทศไทย (Grab Thailand) เปิดเผยผลการดำเนินงานหลังรัฐบาลเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ์โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีในช่วง 2 สัปดาห์แรก ระหว่างวันที่ 15 – 30 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่ามียอดสั่งอาหารจากร้านค้าที่ร่วมโครงการผ่านบริการ แกร็บฟู้ด (GrabFood) รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ส่งผลให้มีร้านอาหารเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น 40% และช่วยให้พาร์ทเนอร์คนขับมีรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 18% โดยกลุ่มผู้บริโภคนิยมใช้สิทธิ์ในมื้อเที่ยงมากที่สุด และพื้นที่กรุงเทพมหานครครองแชมป์จังหวัดที่มีการใช้สิทธิ์สูงสุด
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย (Grab Thailand) กล่าวว่า “นับตั้งแต่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส60/40 ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เราได้เห็นกระแสตอบรับที่ดีมากทั้งจากผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบการร้านอาหาร รวมถึงไรเดอร์ โดยปัจจุบันมีการใช้สิทธิ์สั่งอาหารผ่านแกร็บฟู้ดตลอดสองสัปดาห์แรกรวมมูลค่ากว่า 500ล้านบาท ซึ่งช่วยสร้างแรงกระเพื่อมให้กับกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างมีนัยยะสำคัญ ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำถึงผลสัมฤทธิ์ของโครงการฯ ที่ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม”
“โครงการไทยช่วยไทยพลัส60/40 ครั้งนี้มีร้านอาหารเข้าร่วมกับแกร็บฟู้ดเพิ่มขึ้นถึง 40%เมื่อเทียบกับโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อแกร็บฟู้ดในฐานะช่องทางสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขาย ผ่านการสนับสนุนแบบจัดเต็ม ทั้งการให้ส่วนลดค่า GP พิเศษ การทำแคมเปญการตลาดที่ได้ ‘น้องเกล’ มาร่วมโปรโมต ตลอดจนการให้สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง ในขณะเดียวกันยังส่งผลดีต่อกลุ่มไรเดอร์ โดยเฉพาะใน 5 จังหวัดที่มีผู้ใช้สิทธิ์สูงสุด ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงถึง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ” นางสาวจันต์สุดา กล่าวเสริม
สำหรับข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคในการสั่งอาหารผ่านโครงการดังกล่าว พบว่าผู้ใช้สิทธิ์ส่วนใหญ่หรือคิดเป็น 55% นิยมสั่งอาหารด้วยมูลค่าประมาณ 100 – 250 บาทต่อออเดอร์ รองลงมาคือมูลค่าต่ำกว่า 100 บาทต่อออเดอร์ คิดเป็น 25% โดยช่วงเวลาที่มีการใช้สิทธิ์หนาแน่นที่สุดคือก่อนมื้อกลางวัน ระหว่างเวลา 11.00 – 12.00 น. ส่วนจังหวัดที่มีการใช้สิทธิ์สั่งอาหารเดลิเวอรีสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น และนครราชสีมา
ทางด้านเมนูอาหารที่ได้รับความนิยมสูงสุดอันดับหนึ่งคือ ส้มตำ ตามด้วยข้าวมันไก่ ลาบหมู และคอหมูย่าง ในขณะที่หมวดเครื่องดื่ม ชาไทย ยังคงเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุด รองลงมาคือชาเขียว และโกโก้ นอกจากนี้ยังพบว่า ร้านอรทัยซูชิวังหลัง ในย่านพรานนก เป็นร้านที่สร้างยอดขายได้สูงที่สุดในแพลตฟอร์ม โดยมียอดขายกว่า 4 แสนบาท จากการสั่งซื้อรวม 1,800 ออเดอร์ ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ และร้านข้าวหน้าเนื้อพิคานย่า ในย่านดินแดง เป็นร้านที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด โดยยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 12 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ
