Connect with us

การเมือง

มงคลกิตติ์ ยินดี ชัชชาติ ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จ่อเปิดตัวพรรคก้าวล้ำ พร้อมแฉทุจริตสอบท้องถิ่นโยงนักการเมืองใหญ่

Published

on

มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ยินดี ชัชชาติ ชนะผู้ว่าฯ กทม. เตรียมเปิดตัว พรรคก้าวล้ำ ลุยตรวจทุจริตสอบท้องถิ่น แฉเส้นทางเงินโยงนักการเมืองใหญ่ จ่อยื่น ป.ป.ช.

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้ มงคลกิตติ์ ลงพื้นที่พบปะนักเรียนโรงเรียนวัดนวลนรดิศ พร้อมแสดงความยินดีกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยระบุว่ามีความเหมาะสมและอยากให้เร่งแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัว พรรคก้าวล้ำ เพื่อเดินหน้าทำงานการเมืองและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ พร้อมเปิดเผยข้อมูลขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น ที่อ้างว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองรายใหญ่

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เปิดเผยว่า หลังจากภารกิจการเลือกตั้งสิ้นสุดลง ตนจะขับเคลื่อนงานการเมืองอย่างเต็มรูปแบบผ่าน พรรคก้าวล้ำ ซึ่งตั้งใจให้เป็นพรรคทางเลือกในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ควบคู่ไปกับการติดตามกรณีการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องร้ายแรงเนื่องจากเป็นการนำบุคคลที่ทุจริตเข้าสู่ระบบราชการและสร้างความเสียหายต่อประเทศในระยะยาว

สำหรับการตรวจสอบขบวนการดังกล่าว นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ระบุว่าจะมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลัง 2 ปี ของผู้ที่สอบผ่าน เพื่อดูว่ามีการโอนหรือถอนเงินที่ผิดปกติในจำนวนประมาณ 600,000 ถึง 800,000 บาทหรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์เพื่อนำมาเชื่อมโยงกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่เบื้องหลังได้ โดยระบุว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีข้อมูลบางส่วนอยู่แล้ว

“นักการเมืองคนนี้ใหญ่จนบังคับประเทศได้ ถ้าไม่กำจัดตอนนี้ จะไปกำจัดตอนไหน” นายมงคลกิตติ์กล่าว

นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ยังกล่าวอ้างว่า ตนเองเคยแจ้งเตือนไปยังนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับปัญหานี้แล้วตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2569 แต่ยังไม่มีการสนองตอบ พร้อมระบุว่า “ผมเตือนท่านแล้ว แต่ท่านไม่เชื่อ” ซึ่งหากปล่อยปละละเลยอาจเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกันนี้ยังได้เรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เร่งตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยยกกรณีของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาเปรียบเทียบว่า แม้ไม่ได้ทุจริตโดยตรงแต่หากละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย ซึ่งหลังจากนี้ตนจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อยื่นต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

Advertisement

Continue Reading
Advertisement