การเมือง
เตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กทม.-พัทยา แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิภายใน 5 ก.ค. นี้ ป้องกันถูกตัดสิทธิทางการเมือง 2 ปี
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งเตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ที่ไม่ได้เดินทางไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียง ให้รีบดำเนินการแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569 จะเป็นวันสุดท้ายในการยื่นเรื่องแจ้งเหตุดังกล่าวผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งระบบออฟไลน์และระบบออนไลน์
สำหรับกรอบเวลาในการแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น กฎหมายกำหนดให้ดำเนินการได้ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง คือตั้งแต่วันที่ 21 – 27 มิถุนายน 2569 หรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง คือตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม 2569 ซึ่งหากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังไม่ได้แจ้งเหตุ จะส่งผลให้ถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองทันที มีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนนั้นไม่ได้ไปใช้สิทธิ
ช่องทางการยื่นหนังสือแจ้งเหตุแบ่งออกเป็น การเดินทางไปยื่นด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปยื่นแทนได้ นอกจากนี้ยังสามารถส่งเอกสารผ่านทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือเลือกใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อความสะดวกผ่านทางแอปพลิเคชัน Smart Vote ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมถึงเว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน หรือผ่านระบบบริการออนไลน์ของสำนักบริหารการทะเบียนกรมการปกครอง
- เว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscauselocal
การละเลยไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่มีการแจ้งเหตุผลตามเกณฑ์ จะถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองรวม 6 ประการ ประกอบด้วย การหมดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น รวมถึงไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นอกจากนี้ยังถูกตัดสิทธิการสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน และไม่สามารถเข้าชื่อร้องขอเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้
ในส่วนของการดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้ที่ถูกจำกัดสิทธิจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง รวมถึงตำแหน่งบริหารในระดับท้องถิ่น ได้แก่ รองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น คณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการประธานสภาท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น และเลขานุการรองประธานสภาท้องถิ่น
