การศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการเล็งดันนวัตกรรมเอไอควบคู่พลังงานสะอาด ลดภาระค่าไฟสถานศึกษาด้วยงบ พ.ร.ก.กู้เงินฯ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมเดินหน้าขับเคลื่อนแผนงานและโครงการขับเคลื่อนนวัตกรรมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ควบคู่กับการใช้พลังงานสะอาดในสถานศึกษา เพื่อมุ่งหวังลดภาระค่าไฟฟ้าและยกระดับทักษะดิจิทัล หลังการประชุมจัดทำข้อเสนอแผนงานภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงินฯ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงาน พ.ศ. 2569 โดยมุ่งเน้นการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้เรียนและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมและไม่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณปกติ
การประชุมจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการภายใต้ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 มีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน พร้อมด้วยนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยทางกระทรวงฯ ได้จัดทำคำขอโครงการภายใต้งบประมาณฉุกเฉินดังกล่าวผ่านสองแกนหลักสำคัญ ซึ่งแต่ละหน่วยงานในสังกัดจะได้รับบทบาทในการขับเคลื่อนที่แตกต่างกันไปตามภารกิจ
ในส่วนของแผนงานระดับปฏิบัติการ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาจะทำหน้าที่นำร่องโครงการ Green Education ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. จะมุ่งพัฒนา AI Workspace เพื่อเป็นพื้นที่ทำงานร่วมกันระหว่างผู้บริหาร ครู และนักเรียน พร้อมทั้งบ่มเพาะนักเรียนให้เป็น AI Educator รวมถึงปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียนไปสู่ระบบพลังงานสะอาดเพื่อลดภาระค่าไฟฟ้า สำหรับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจะต่อยอดโครงการอาชีวะอาสาในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่ควบคุมด้วยระบบเอไอ และเน้นพัฒนาทักษะด้านพลังงาน หรือ Energy Skill เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของประเทศ ส่วนกรมส่งเสริมการเรียนรู้จะเน้นไปที่การพัฒนาทักษะ AI Digital Literacy การบริหารการเงิน อีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) และภาษาให้กับประชาชนทุกช่วงวัยรวมถึงกลุ่มเปราะบาง
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวเน้นย้ำและกำชับถึงแนวทางการดำเนินงานต่อที่ประชุมว่า “ขอให้ทุกหน่วยงานพิจารณาโครงการด้วยความรอบคอบ เร่งเสนอของบประมาณให้ทันกรอบเวลา และระบุกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน โดยทุกโครงการต้องไม่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณปกติ และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงแก่นักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา”
