Connect with us

การเมือง

อนุทิน เตรียมถกซีอีโอ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมใหญ่ ยกระดับรัฐ-เอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

Published

on

นายกฯ อนุทิน สั่งกระทรวงพาณิชย์และ ปปง. ปราบธุรกิจนอมินี (Nominee) ทั่วประเทศ เตรียมตรวจสอบจรรยาบรรณทนายความ-บัญชีที่ช่วยเลี่ยงกฎหมาย พร้อมลงพื้นที่ภูเก็ต-เกาะพะงัน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเตรียมเปิดเวทีหารือระดับชาติร่วมกับผู้นำภาคเอกชนในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อวางรากฐานและยกระดับ ขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ของประเทศไทยท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในลักษณะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ เพื่อกำหนดทิศทางการเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืนและเป็นระบบ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อมูลถึงการจัดเวทีหารือในครั้งนี้ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานเปิดการหารือด้วยตนเอง ซึ่งจะมีคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานราชการทุกกระทรวงเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับตัวแทนจากภาคธุรกิจ เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับการหารือในครั้งนี้ รัฐบาลมุ่งเน้นการรับฟังข้อเสนอแนะและวิสัยทัศน์จากผู้บริหารระดับสูงใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ที่มีผลต่อจีดีพีของประเทศ ประกอบด้วย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญอย่าง กลุ่มการเงิน, เกษตรและอาหาร, ยานยนต์ และพลังงาน

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมไปถึงภาคส่วนที่มีการจ้างงานสูงและเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ กลุ่มก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์, สุขภาพ, โรงแรมและท่องเที่ยว, ค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

Advertisement

นางสาวรัชดา กล่าวเน้นย้ำถึงวัตถุประสงค์ของกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “เวทีครั้งนี้สะท้อนความจริงจังของรัฐบาลในการดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจประเทศอย่างเป็นระบบ โดยจะรับฟังข้อเสนอจากผู้บริหารระดับสูงของภาคเอกชนทั้ง 10 กลุ่ม” เพื่อนำไปปรับใช้ในการวางนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจและสภาวะตลาดในปัจจุบัน

การขยับตัวของรัฐบาลในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการดึงศักยภาพของ ภาคเอกชน (Private Sector) เข้ามามีส่วนร่วมในการวางโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับประเทศไทยในการเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ๆ ในระดับสากล และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศผ่านความชัดเจนของนโยบายรัฐบาล

Continue Reading
Advertisement