ข่าว
ทรู คอร์ปอเรชั่น โชว์กำไรไตรมาส 1/2569 แตะ 6.6 พันล้านบาท พร้อมปันผลระหว่างกาล 4.8 พันล้าน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ True Corporation รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 พบมีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 6.6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการทำกำไรต่อเนื่องติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 5 โดยได้รับปัจจัยบวกจากการขยายตัวของฐานผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้าน ภายใต้โครงการปรับปรุงโครงข่ายให้ทันสมัย (Network Modernization) พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลรวม 4.8 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 0.14 บาทต่อหุ้น
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น มียอดผู้ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 614,000 เลขหมาย ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการรวมอยู่ที่ 48.1 ล้านเลขหมาย โดยมีผู้ใช้งานระบบ 5G จำนวน 18.4 ล้านราย ขณะที่กลุ่มธุรกิจออนไลน์หรืออินเทอร์เน็ตบ้านมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 36,000 ราย ซึ่งถือเป็นการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่การควบรวมกิจการ ส่วนตัวเลข EBITDA อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากการสิ้นสุดสัญญาเช่าโครงข่ายกับ NT และการลดลงของรายได้จากธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (PayTV)
นายซิกเว่ เบรกเก้ (Sigve Brekke) ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินงานจากทุกกลุ่มธุรกิจของเราในไตรมาสแรกปี 2569 มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่เพียงผลประกอบการทางการเงินที่โดดเด่น แต่ยังรวมถึงความพึงพอใจของลูกค้าที่อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วย ขณะเดียวกัน เรายังคงติดตามและเฝ้าระวังผลกระทบจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการเดินหน้าสู่เป้าหมายทางการเงินตามแผนที่วางไว้”
ด้าน นายนกุล เซห์กัล (Nakul Sehgal) หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน ระบุว่าผลกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเกิดจากการควบคุมต้นทุนอย่างมีวินัยและการรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการ (Synergy) โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงถึง 29.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งมาจากการได้ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่และการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Leverage ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 3.8 เท่า
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 3 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 73% ของกำไรสุทธิ คิดเป็นมูลค่า 4.8 พันล้านบาท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน โดยในไตรมาสนี้บริษัทมีการใช้จ่ายด้านการลงทุน (CAPEX) อยู่ที่ 4.3 พันล้านบาท หรือประมาณ 9% ของยอดขาย เพื่อมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายและยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าในระยะยาว
