Connect with us

การเมือง

ครม. เคาะร่าง พ.ร.ก. กู้เงินแก้กู้กู้วิกฤตพลังงาน เตรียมชงสภา 14 พ.ค. นี้ เน้นโปร่งใส-คุมวินัยคลัง

Published

on

ทำเนียบรัฐบาล

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่าง พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน (พ.ร.ก. กู้เงิน) เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจาก วิกฤตพลังงาน และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ โดยเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 พร้อมกำหนดกลไกติดตามประเมินผลอย่างเข้มงวดเพื่อความโปร่งใส ยืนยันการกู้เงินครั้งนี้ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังและเน้นการระดมทุนภายในประเทศเป็นหลัก

มติคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ครอบคลุมการเห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการดำเนินแผนงานและการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อให้การใช้เงินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนและกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้ สำนักงบประมาณ เตรียมจัดสรรงบประมาณตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป เพื่อชำระดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ สำนักงานพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) จะร่วมกับ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) หรือ Public Debt Management Office (PDMO) ในการกำหนดกลไกบริหารความเสี่ยงหนี้สาธารณะเพื่อให้ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักที่จะได้รับความช่วยเหลือจากเงินกู้ก้อนนี้ ประกอบด้วยประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง เกษตรกร รวมถึงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SME (Small and Medium Enterprises) ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น โดยรัฐบาลมุ่งหวังที่จะปรับโครงสร้างพลังงานเพื่อลดความเปราะบางและสร้างความมั่นคงในระยะยาว ซึ่งถือเป็นมาตรการเร่งด่วนในการประคองเศรษฐกิจของประเทศ

ทางด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงถึงความจำเป็นในการออกกฎหมายพิเศษครั้งนี้ว่า “หน้าที่ของรัฐบาล คือ หยุดความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือภาวะเงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งต้องทำอย่างทันท่วงที จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษผ่านการออกพระราชกำหนด ภายใต้หลักกฎหมายที่ชัดเจนว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้”

Advertisement

นอกจากนี้ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้ระบุเพิ่มเติมถึงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเงินว่า รมว.คลัง ได้ยืนยันว่าการกู้เงินดังกล่าวจะไม่กระทบต่อกรอบวินัยการเงินการคลัง โดยจะเน้นการ กู้เงินภายในประเทศ ทั้งหมด เนื่องจากปัจจุบันตลาดการเงินไทยมีสภาพคล่องสูงและอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินของภาครัฐ

Continue Reading
Advertisement