ข่าว
อาลีบาบา คลาวด์ ขยายธุรกิจสู่บราซิล-ยุโรป พร้อมเปิดโครงการหนุนสตาร์ทอัพ AI ทั่วโลก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในเครืออาลีบาบา กรุ๊ป ประกาศแผนขยายธุรกิจครั้งใหญ่ในระดับนานาชาติ โดยจะมีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล (data center) และศูนย์บริการ (service center) แห่งใหม่ในหลายประเทศ ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคลาวด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่ต้องการยกระดับนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ที่ครอบคลุมทุกวงจรการทำงาน
อาลีบาบา คลาวด์ ได้ประกาศแผนการเปิดศูนย์ข้อมูลแห่งแรกในประเทศบราซิล ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ นอกจากนี้ยังเตรียมเพิ่มศูนย์ข้อมูลในเม็กซิโก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย และดูไบภายในปีหน้า นอกจากนี้ยังจะมีการจัดตั้งศูนย์บริการระดับภูมิภาคในอินโดนีเซียและเยอรมนี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสนับสนุนลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงในหลายภาษา ทำให้ขณะนี้อาลีบาบา คลาวด์ มี Availability Zones รวม 91 แห่งใน 29 ภูมิภาคทั่วโลก
ดร. เฟยเฟย ลี ประธานฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศและรองประธานอาวุโสของอาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป กล่าวในงานประชุมเทคโนโลยี Apsara Conference 2025 ว่า “AI กำลังปฏิวัติรากฐานสำคัญของวิธีการที่องค์กรสร้างคุณค่าทางธุรกิจและขับเคลื่อนการเติบโต กลยุทธ์การขยายโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกของเราออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากลูกค้า เราพร้อมช่วยเหลือพันธมิตรและลูกค้าในการออกแบบ เปิดตัว และขยายขนาดของ AI agents และ แอปพลิเคชัน AI ที่ก้าวล้ำเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัล”
นอกจากแผนการขยายโครงสร้างพื้นฐานแล้ว อาลีบาบา คลาวด์ ยังได้เปิดตัวโครงการ AI Catalyst Program เพื่อสนับสนุนการเติบโตของบริษัทด้าน AI ทั่วโลก โดยบริษัทที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญ และเข้าถึงผลิตภัณฑ์และเครื่องมือด้าน AI รวมถึงการให้ โทเค็นฟรีสูงสุด 2 พันล้านโทเค็น บนแพลตฟอร์ม Model Studio ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเพื่อการพัฒนา Generative AI แบบครบวงจร และเครดิตคลาวด์สูงสุด 120,000 เหรียญสหรัฐฯ
ความร่วมมือด้าน AI กับบริษัทระดับโลกเป็นอีกส่วนสำคัญของกลยุทธ์ โดยล่าสุด อาลีบาบา คลาวด์ ได้ร่วมมือกับ NVIDIA เพื่อรวม Platform for AI (PAI) ของบริษัทเข้ากับซอฟต์แวร์ Physical AI ของ NVIDIA เพื่อช่วยเร่งการพัฒนา หุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ (humanoid) และโซลูชัน Physical AI นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับสหพันธ์สเก็ตน้ำแข็งนานาชาติ (ISU) และ ThinkSport จัดการแข่งขัน Sports Data Hack Challenge เพื่อผลักดันการใช้ AI และคลาวด์ในวงการกีฬา ในฝั่งของธุรกิจ อาลีบาบา คลาวด์ ได้ช่วยให้บริษัทอย่าง แอสตร้าเซนเนก้า ไชน่า (AstraZeneca China) และ ชิเซโด้ (Shiseido) ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เช่น การใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ Qwen เพื่อสรุปรายงานความปลอดภัยยาด้วยความแม่นยำสูง และการใช้ Cloud Threat Detection and Response (CTDR) เพื่อเสริมความปลอดภัยทางไซเบอร์
อีกหนึ่งความสำเร็จคือการร่วมมือกับสตาร์ทอัพอย่าง เกลดคูบ (GladCube) ในญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาโซลูชัน AI สำหรับการตลาดดิจิทัล รวมถึงการใช้โมเดล Wan ของอาลีบาบาเพื่อสร้างวิดีโอคุณภาพสูง นอกจากนี้ FLUX ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพ AI ในโตเกียวก็ได้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่สำหรับภาษาญี่ปุ่น FLUX-Japanese-Qwen ที่มีพารามิเตอร์ 32 พันล้านตัว และ เทอร์โบ เอไอ (Turbo AI) ก็ได้ใช้โครงสร้างพื้นฐานของอาลีบาบา คลาวด์ เพื่อพัฒนาโซลูชันแบบบูรณาการสำหรับลูกค้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า อาลีบาบา คลาวด์ ได้กลายเป็นพันธมิตรสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ในหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก
