Connect with us

ข่าว

ทีเอ็มบีธนชาต จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.066 บาทต่อหุ้น เดินหน้าตามแผนบริหารส่วนทุน

Published

on

ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ประกาศกำไรสุทธิ 5,112 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2567 รวม 12 เดือน กำไร 21,031 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าสู่ปี 2568 มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีเอ็มบีธนชาต (TTB) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงมติคณะกรรมการธนาคารในการอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2568 ในอัตรา 0.066 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) ที่ 60% โดยมีกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 6 ตุลาคม 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ซึ่งการจ่ายเงินปันผลครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการบริหารส่วนทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า จากแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบและการพัฒนาประสิทธิภาพ ทำให้ธนาคารมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยภารกิจสำคัญในปี 2568 ยังคงเน้น “ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้” ทั้งกลุ่มเปราะบางและลูกหนี้ที่มีประวัติดี ควบคู่ไปกับแผนการบริหารส่วนทุน หรือ Capital management เพื่อสร้างมูลค่าและเพิ่มผลตอบแทนรวม (Total Return) ให้กับผู้ถือหุ้น ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ภายใต้แผนการบริหารส่วนทุนดังกล่าว ทีทีบีประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.066 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 60% จากผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2568 รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 6.3 พันล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายในการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง แม้ว่าภาคธุรกิจและภาคธนาคารจะได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวก็ตาม

การปรับเพิ่ม Dividend Payout Ratio จาก 30% – 35% มาอยู่ที่ 60% สะท้อนถึงความสำเร็จจากกลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจหลังการรวมกิจการ นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ก็เพิ่มขึ้นจาก 2% – 3% ในอดีตมาอยู่ที่ 6% – 7% ในปัจจุบัน ทำให้ ทีทีบี หรือ TMBThanachart เป็นหนึ่งในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูงในกลุ่มธนาคาร

Advertisement

นอกจากนี้ยังมีอีก 2 โครงการที่ดำเนินได้ตามแผน Capital management ได้แก่ โครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปี (2568 – 2570) วงเงินรวม 21,000 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะช่วยหนุน ROE ในระยะยาวแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนในตลาดทุนต่อราคาหุ้นและมูลค่าของผู้ถือหุ้น และในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ธนาคารยังได้เสร็จสิ้นการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต ซึ่งเป็นไปตามแผนการสร้างการเติบโตจากภายนอก (Inorganic growth) เพื่อเพิ่มศักยภาพและมูลค่าทางธุรกิจในระยะยาว

นายปิติ ตัณฑเกษม กล่าวทิ้งท้ายว่า ในช่วงที่เหลือของปี TMBThanachart จะยังคงเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบเพื่อรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน และจะยังคงมุ่งมั่นต่อการดำเนินการตามแผน Capital management โดยตั้งเป้าหมายในการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงต่อไป รวมถึงบริหารจัดการโครงการซื้อหุ้นคืนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น