ข่าว
นนทบุรี สาวแม่ลูกอ่อนเหยื่อ ไอ้แม็คไรเดอร์คุ้มคลั่ง ยอมให้อภัย ขณะผู้เป็นย่าเผยหลานชายต้องรักษาตัวศรีธัญญา 3 เดือน หากหายขอบวช ชดใช้ความผิด
ผู้สื่อข่าว : ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าวนนทบุรี
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความว่า “ซวยจริงๆทำไมต้องมาเจอไอ้คนแบบนี้ อยู่ๆมาหาเรื่อง ขับรถขวางทางทุบกระจกพังอีก สาระเลว.. เรื่องมีอยู่ว่า เราขับรถออกมาจากกระทรวงสาธารณสุข ขาออกหลงทาง ออกมาทางที่ทะลุซอยกรุงเทพ-นนท์ ทางถนนเป็น 2 เลน ก็ขับปกติไม่ได้ขับเร็ว ไอ้ไรเดอร์คนนี้มันขับรถแซงซ้ายเบียดขึ้นมาตรงทางโค้งแคบๆดีไม่ชนมัน จากนั้นมันก็มาขับรถดักหน้าเหมือนด่าเรา แฟนเราเป็นคนขับ ก็เลยยกมือขอโทษมันไปจะได้จบๆทั้งที่เราไม่ได้ผิดนะ อีกอย่าง ลูกเรานั่งอยู่ในรถด้วยเพิ่ง 10 เดือนเอง เราต้องใจเย็นด้วย แต่มันไม่ยอม มันขับรถตามมาตลอดซึ่งตอนนั้นเราเริ่มหลงเลยพยายามกลับรถตรง 3 แยก เพื่อที่จะออกไปหน้าซอย ระหว่างนั้นมันมาจอดรถขวางทางเราแล้วก็ขับรถมอเตอร์ไซต์มันมาชนด้านหน้ารถเราหลายรอบจนป้ายทะเบียนหลุด ซึ่งตอนนั้นเราไม่รู้ด้วยว่าทะเบียนรถหลุด เลยโทรหา 191 ระหว่างทางก็ได้ขับรถออกมาจะถึงปากซอย 12 แล้ว เลยจอดรอเจ้าหน้าที่ ไอ้ไรเดอร์คนนี้มันไม่จบ มันมาจอดตรงหน้ารถเราอีก (รอบที่ 2) มันเดินมาหาเราที่รถหวังดีเอาแผ่นป้ายทะเบียนรถมาคืน จะให้เราเปิดกระจกหรือเปิดประตูลงมา เราไม่ให้แฟนลงไปเอาหลอก มันไม่น่าไว้ใจ…จากนั้นพอมันเห็นเราไม่ลงรถมันโมโหเลยโวยวายถีบกระจกหลุดตามภาพเลยค่ะ มันควักมีดออกมาด้วยนะในคลิป ดีนะที่ไม่ลงรถเฮ้ออๆๆ แจ้งความเรียบร้อยแล้วค่ะ รอพี่สืบทำงาน ขอให้เจอตัวมันไวๆๆ เอาตัวมาดำเนินคดีเร็วๆ”
ขณะที่ผู้เสียหายคือ นายอัครพล หรือแบ๊งค์ รักรุ่ง อายุ 32 ปี พร้อมด้วย น.ส.รินทร์ภัส หรือปุ้ย อายุ 38 ปี อาชีพนายหน้าธนาคาร ฝ่ายสินเชื่อ 2 สามี-ภรรยาผู้เสียหาย เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เหตุเกิดวันที่ 10 มิ.ย. 67 เวลาประมาณ 14.00 น. ตนและภรรยาขับรถออกจากกระทรวงสาธารณสุข ประมาณบ่าย 2 พอออกจากร้านอาหารแล้วเราหลงทางไปทางเส้นศิริชัย ตนพยายามหาทางออกไปถนนติวานนท์ เห็นไรเดอร์อยู่ด้านหลัง จึงขับเบี่ยงซึ่งถนนค่อนข้างเล็กไม่สามารถขับเร็วได้ ช่วงทางโค้งไรเดอร์ตีซ้ายและขี่รถจยย.ปาดหน้าตนไป และให้ของลับพร้อมด่าทอ ตนจึงยกมือขอโทษ 3-4 รอบ พอขับต่อไปซักพักไรเดอร์ก็ขับชะลอข้างหน้าช้าๆ และบ่นตลอดทาง พอถึงช่วง 3 แยก มีโกดังสีน้ำเงินข้างหน้า ซึ่งตนไปต่อไม่ได้ ตนก็พยายามกลับรถ ไรเดอร์กลับจอดขวางข้างหน้าและชนรถ 3-4 ครั้ง จนป้ายทะเบียนด้านหน้าหลุด ตนก็ไม่กล้าลงจากรถเพราะดูแล้วไรเดอร์เหมือนคนเมายา จากนั้นเราหลงอยู่ในซอย และพยายามจะหนีไรเดอร์ พร้อมโทรแจ้ง 191 ห่างไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็คิดว่าจะไม่ตามแล้ว ซักพักไรเดอร์ขี่รถจยย.ตามมาและเอาป้ายทะเบียนมาคืน พอตนไม่เปิดกระจกให้ก็โยนป้ายทะเบียนทิ้งและเกิดเหตุการณ์ตามคลิป ซึ่งไรเดอร์คนอื่นๆก็บอกว่าคนนี้มีเรื่องกับคนไปทั่ว ตอนนั้นมีตำรวจนอกเครื่องแบบอยู่ในเหตุการณ์และช่วยวิทยุไปที่สถานีตำรวจให้ ไรเดอร์ก็มากระทืบหน้ารถและกระทืบกระจกรถตน ซึ่งเป็นกระจกรถไฟฟ้า ตนตะโกนบอกว่ามีลูกอยู่ในรถ เขาก็บ่นๆว่าตนทำไมขับรถแบบนี้ ก่อนควักอาวุธออกมาซึ่งตนเห็นว่าเป็นมีด ก่อนจะโยนไปที่ตะกร้าหน้ารถ ตำรวจถามว่าตนจะเอาเรื่องมั้ยและแนะนำให้ไปแจ้งความที่สภ.เมืองนนทบุรี
น.ส.รินทร์ภัส กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนและสามีได้เดินทางไปแจ้งความที่สภ.เมืองนนทบุรี ซึ่งได้รับเรื่องไว้ ตนมาไล่ดูคลิปที่ถ่าย และร้อยเวรได้โทรไปถามเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบที่อยู่ในเหตุการณ์ สามารถระบุพิกัดได้ว่าเป็นคนไหน พอตอนเช้าวันนี้ตำรวจได้โทรมาแจ้งว่าไรเดอร์คนดังกล่าวได้นอนอยู่ในห้องขัง เพราะไปอาละวาดที่โรงพักก็ยังก่อเหตุคุ้มคลั่งแก้ผ้าในห้องขัง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวส่ง ตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า แล้วยังไปต่อย รปภ.ในโรงพยาบาล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวส่ง รพ. ศรีธัญญาในเวลาต่อมา
ความคืบหน้าล่าสุดของคดีนี้ เมื่อเวลา 18.00 น. ที่สภ.เมืองนนทบุรี คุณแบ๊งค์กับคุณปุ้ย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี หลังได้รับการติดต่อจากนางกัญญา ผู้เป็นย่าของนายแม๊ค เพื่อเจรจาพูดคุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ปรากฏว่าเมืองถึงเวลา นางกัญญา ไม่ได้มาตามนัดหมาย ผู้สื่อข่าวจึงโทรติดต่อเข้าไปเพื่อสอบถามเรื่องราว ซึ่งนางกัญญาได้ตอบกลับมา ทางโทรศัพท์ว่า ต้องขออภัยคู่กรณีด้วยเนื่องจากตนกำลังวิ่งเต้นหาเงินและหยิบยืมเงินจากเพื่อนฝูง เพื่อไปชดใช้ค่าเสียหาย หลังจากหลานชาย ไปทำลายรถคู่กรณี หาก หาเงินได้ก็จะรีบติดต่อเพื่อชดใช้ค่าเสียหาย ต้องกราบขออภัยคู่กรณีด้วย ส่วนหลานชายตนเองนั้นเบื้องต้นทางโรงพยาบาลศรีธัญญา ได้รับตัวไว้ทำการรักษา เป็นเวลา 3 เดือน หากอาการดีขึ้นก็จะให้กลับมาพักรักษาตัว ต่อที่บ้าน ซึ่งแม็กหลานชายเองก็รู้สึกเสียใจแล้วบอกกับตนว่า จะขอบวชเพื่อชดเชยในความผิดที่กระทำในครั้งนี้ ตนเองก็ต้องขอขอบคุณคู่กรณีที่มีเมตตาไม่เอาเรื่องเอาราวกับหลานชาย
คุณปุ้ย เผยว่า หลังจากได้พูดคุยและปรึกษากับสามีแล้วรู้สึกเห็นใจผู้เป็นย่าเพราะเขาไม่ได้เป็นคนก่อเรื่อง เมื่อทราบว่าหลานชายถูกนำตัวส่งเข้ารักษาที่ รพ.ศรีธัญญา และตั้งใจจะบวช ตนเองก็ขอร่วมอนุโมทนาสาธุ หากวันนั้นเขาบวชจริง ก็จะร่วมทำบุญกับเขาและครอบครัวด้วย ส่วนค่าเสียหายนั้นในวันนี้ตนได้นำรถออกมาจากอู่แล้ว หลังจากไปใส่กระจกทำสี ใส่แผ่นป้ายทะเบียนรถจนอยู่ในสภาพเดิม หมดค่าซ่อมแซมไป เป็นจำนวนเงิน 12,000 บาท ทางคุณย่าของแม็กเองซึ่งตนทราบมาว่ามีฐานะยากจน ยังหาเงินให้ไม่ได้ตนก็ไม่ได้ติดใจตรงจุดนี้ ให้เวลาเขาอย่างเต็มที่ในการหาเงิน ทางคุณย่าของแม็คเองก็ต่อรองเหลือ 8,000 บาท ตนก็ยินดีช่วยเหลือตามที่เขาขอมา และไม่อยากเอาเรื่องเอาราว เพราะเหตุการณ์มันก็ผ่านไปแล้ว เพียงแต่อยากให้เขารักษาตัวให้ดีเมื่อหายแล้วก็ขอให้เป็น คนดีของคุณย่า อย่าไปสร้างความเดือดร้อนให้กับใครแบบนี้ เพราะคนที่จะต้องเสียใจเจ็บปวดก็คงเป็นคุณย่า ส่วนด้านคดีความตนเองก็ไม่ติดใจที่จะเอาเรื่องเอาราว เพราะสงสารคุณย่าของเขามาก คุณปุ้ยกล่าวในที่สุด
