ข่าว
ชาลี กางอิ่ม เปิดสาขาพรรคพลังปวงชนไทยสู้ศึกเลือกตั้งตรัง
ตรัง ชาลี กางอิ่ม อดีตนายกเทศมนตรีนครตรัง 4 สมัย 16 ปี นำทีมพรรคพลังปวงชนไทยส่งผู้สมัครลงสู้ศึกเลือกตั้งทั้ง 4 เขต ส่วนตัว “ชาลี กางอิ่ม” สมัครปาร์ตี้ลิสต์ไม่เกินลำดับที่ 3
ผู้สื่อข่าว : สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวตรัง
ที่สำนักงานสาขาพรรคพลังปวงชนไทย เลขที่ 28/12-13 ถนนจริงจิต ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง นาย พันธุ์ศักดิ์ ซาบุ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รักษาการหัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย นายชำนาญ เพชรศรี ผู้อำนวยการพรรค ได้ร่วมกันจัดตั้งสาขาพรรคพลังปวงชนไทยประจำจังหวัดตรัง และร่วมคัดเลือกประธานสาขาพรรค รองประธาน รวมทั้งตำแหน่งต่าง ๆ ประจำสาขาพรรค และกรรมการสาขาพรรครวมทั้งหมด 15 คน โดยมีสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก พร้อมเสนอชื่อและลงมติผู้ทำหน้าที่ต่าง ๆดังกล่าว ผลปรากฏว่าในที่ประชุมได้มีการเสนอชื่อและลงมติเป็นเอกฉันท์เลือกนายชาลี กางอิ่ม เป็นประธานสาขาพรรค, นายเสรี พิชัยรัตน์ เป็นรองประธานสาขาพรรค ฯลฯ และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง คือ นายปรีชา ส่งเสริม อดีตแกนนำเรียกร้องราคายางพารา เขต2, นายศักดาธร พุฒนวล อดีตกำนันตำบลนาโยงเหนือ เขต 3 ส่วนนายชาลี กางอิ่ม ว่าที่ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อพรรค ลำดับไม่เกินที่ 3
ส่วนอีก 2 เขตเลือกตั้งที่เหลือ ได้มีการยืนยันจากนายชาลี กางอิ่มว่ามีว่าที่ผู้สมัครอยู่แล้ว แต่วันนี้ติดภาระกิจไม่สามารถมาร่วมกิจกรรม คือ นายเชย ผลิผล (ผู้ใหญ่เชย) เขต 4 และนายมนูญ กำเนิดทอง (นักร้อง นักแต่งเพลงชื่อดัง) เขต 1
โดยนายชาลี กางอิ่ม บอกว่า พรรคพลังปวงชนไทย มีนโยบายที่ดีหลายด้าน ทั้งเรื่องกองทุนชีวิต, นโยบายยกเลิกหนี้ กยศ. นโยบายเกี่ยวกับการยกระดับชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ช่วยเหลือเกษตรกรยกระดับราคาสินค้า เน้นการส่งออก และอีกจำนวนมาก ทั้งนี้ยึดหลักไม่ซื้อสิทธิขายเสียง เพราะไม่เช่นนั้นประเทศก็จะเสียหาย โดยพรรคพลังปวงชนไทยต้องการจะเข้าไปปฏิรูปการเมืองใหม่เน้นความอยู่ดีกินดีของประชาชน ตามนโยบาย “นอนอุ่น ทุนมี หนี้หมด” หลังจากนี้จะลงพื้นที่ไปพบปะชาวบ้านโดยตรง แน่นอนตอนนี้พรรคใหญ่ได้เลือกคนดังๆไปลงหมดแล้ว เราในฐานะพรรคเล็กก็ต้องขยันพบชาวบ้านฐานราก เพื่อรับฟังปัญหานำไปสู่การพัฒนาประเทศ ขอยืนยันว่าจะไม่ซื้อเสียง เพราะต้องการเข้าไปปฏิรูปประเทศไทย นำประเทศไทยไปสู่ยุคศิวิไลซ์ โดยนโยบายเด่น ๆ มีด้วยกันหลายข้อ เช่น แผนพัฒนาเศรษฐกิจ นโยบายสุขภาพตามสโลแกน “สุขภาพดีไม่มีขาย”โดยตนได้ขออนุญาติ นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ นำเรื่องที่นายแพทย์ชูชัยศึกษามาเป็นนโยบายสุขภาพ โดยใช้บัตรประชาชนสามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลไม่ว่า รพ.รัฐบาลหรือรพ.เอกชน เพราะตนมองว่าเรื่องสุขภาพสำคัญที่สุดในชีวิตของคนเรา ตนสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งแน่นอนว่าอยู่ไม่เกินอันดับที่3 การเลือกตั้งครั้งนี้ตนคาดหวังพอสมควร เพราะพรรคเองก็ทำมานานแล้ว เช่น เรื่องส่งเสริมด้านอาชีพ เน้นเกษตรปลอดสารพิษ เพราะความเจ็บป่วยเดี่ยวนี้เกิดจากสารพิษทั้งนั้น ซึ่งเราจะแก้ปัญหาให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ตามสโลแกนของพรรค “กินอิ่ม นอนอุ่น ทุนมี หนี้หมด” ซึ่งเรื่องความอยู่ของประชาชนเป็นปัญหาใหญ่ เกษตรกรยากจน ซึ่งพรรคจะผลักดันนโยบายส่งออกสินค้าเกษตรไปต่างประเทศ
ในส่วนของหัวหน้าพรรคตนคิดว่าการปราศรัยใหญ่ของผู้สมัครในจ.ตรัง ตัวหัวหน้าพรรคจะมาร่วมด้วย ส่วนตนก็คงต้องลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครทั้ง 4 เขต หาเสียงเพราะคิดว่าชื่อเสียงของตนยังขายได้ ทั้งยังเคยมีผลงานซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนสมัยที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีนครตรัง ติดต่อกัน 4 สมัย ส่วนพื้นที่เขต1 อ.เมืองตรัง ถือว่าเป็นไข่แดงสำคัญ แต่อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ ตนยืนยันว่าจะลงพื้นที่เต็มที่ แบบเคาะประตูบ้านกันเลย การเมืองปัจจุบันควรจะเปลี่ยนได้แล้ว และต้องร่วมด้วยช่วยกันเปลี่ยนแปลง แม้จะเป็นพรรคเล็กแต่ยืนยันว่าสู้กับพรรคใหญ่ได้แน่นอน แม้ว่าตนจะอายุ 81 ปี แต่ยังแข็งแรงเพราะออกกำลังกายทุกวัน และมีแรงลงพื้นที่ได้ทุกวัน
