Connect with us

ข่าว

ปมรดกปางช้างแม่สา ยังไม่มีบทสรุป ผู้บริหารปางช้างแม่สา ยังคงเปิดกิจกรรมปางช้างต่อ

ปมรดกปางช้างแม่สา ยังไม่มีบทสรุป ผู้บริหารปางช้างแม่สา หรือผู้จัดการมรดกร่วม ทายาทพ่อเลี้ยงชูชาติ ยังคงเปิดกิจกรรมปางช้างต่อ หลังผู้จัดการร่วมอีกคน ไม่ยอดโอนเงิน 15 ล้าน แต่โอนทรัพย์สินที่ดินแทน ต้องลุ้นอีกครั้ง 15 กันยายน 2565

Published

on

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2565 เวลา 10.00 น. ที่ธนาคารฯ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ลูกสาวคนโต นายชูชาติ กัลมาพิจิตร หรือ พ่อเลี้ยงชูชาติ เจ้าของปางช้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางไปยังธนาคารฯภายหลังจากได้ออกออกหนังสือนัดนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร ผู้จัดการมรดกร่วมมาโอนเงินจากบัญชีธนาคารฯจำนวน 15 ล้านบาทให้กับบริษัท ปางช้างแม่สา จำกัดตามพินัยกรรมของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร
แต่ปรากฎว่า นางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร ถรรยาใหม่ของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ได้ปฏิเสธที่จะมาโอนเงินในวันนี้ โดยมีจดหมายลงวันที่ 27 สิงหาคม 2565 นัดนางอัญชลี ไปโอนที่ดินในวันที่ 15 กันยายน 2565 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานที่ดินฯ สาขาแม่ริมแทน แต่จะไม่โอนเงินสดในบัญชีดังกล่าว และช้างจำนวนกว่า 80 เชือกให้บริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด โดยอ้างว่ายังมีคดีความอยู่ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่นางฐิติรัตน์ ฟ้องเรียกสินสมรสจำนวน 300 ล้านบาท และจะฟ้องร้องกันไปอีกนาน ในเรื่องนี้

นางอัญชลี กล่าวว่า “ตนอยากได้เงินตามบัญชีมากกว่า เพราะเงินสดใช้ง่าย ใช้ได้ทันที ตนตั้งใจจะนำไปใช้พยุงกิจการปางช้างแม่สา ในพินัยกรรมเขียนไว้ชัดเจนทุกอย่าง เงินในบัญชีดังกล่าวมอบให้ปางช้างแม่สา นำไปเป็นทุนหมุนเวียน นอกจากนี้บิดายังได้ยกช้างทั้งหมดให้เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ และได้สั่งให้โอนคอนโดมิเนียม ตึกแถว ห้องชุด หลังจากโอนแล้วให้นำไปขายเพื่อเพิ่มทุนให้กับบริษัทฯ และยังสั่งให้โอนที่ดินทั้งหมดให้บริษัทปางช้างแม่สาฯ บริษัทรินรดารีสอร์ท และ บริษัทน้ำดื่มเอเล่ แต่นางฐิติรัตน์ยังคงเลือกโอนทรัพย์สินในพินัยกรรมให้บริษัทฯ โดยอ้างเหตุผลส่วนตัว อีกทั้งตนยังถูกกลั่นแกล้งให้ไปหาเงินค่าโอนทรัพย์สินเองในส่วนที่ดินหลายแปลงในวันที่ 15 กันยายน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสูงอีกด้วย ซึ่งตนก็ต้องพยายามทำหน้าที่ทั้งบุตร ทายาทผู้สืบสันดาน ผู้จัดการมรดกร่วม และกรรมการผู้จัดการปางช้างแม่สา เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้พี่น้องตนและลูกหลานในตระกูล จะได้มีมรดกตกทอดกันไป”

สำหรับในวันนี้ตนต้องมาตามนัดที่ธนาคารฯเพื่อบันทึกเหตุการณ์ไว้ ส่วนวันพรุ่งนี้(31 สิงหาคม) ตนก็ต้องไปที่อำเภอเพราะได้นัดโอนช้าง ถึงนางฐิติรัตน์ จะไม่มาทำหน้าที่ ตนก็ต้องบันทึกทุกอย่างไว้รายงานศาล โดยส่วนตัวตนคิดว่า การที่ตนให้ข่าวจะหยุดกิจการปางช้างแลกกับเงินมรดกนั้น ทำให้นางฐิติรัตน์ ต้องนัดโอนที่ดินในพื้นที่อำเภอแม่ริม แม่แตง และเชียงดาว ให้กับปางช้างแม่สา ตามกฏหมาย ส่วนบริษัทฯเป็นผู้รับผลประโยชน์ ต้องไปตามนัดแน่นอน และตนต้องหาเงินค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินไปด้วย เพราะนางฐิติรัตน์ให้ตนหาเงินตรงนี้ไปเอง ตนต้องอดทนเพื่อให้เรื่องราวทุกอย่างเรียบร้อยและบริษัทฯได้รับทรัพย์สินมาบ้าง ตอนนี้ทรัพย์มรดกทั้งหมดตกเป็นของทายาทแล้ว รอเพียงการโอนหรือการมอบเท่านั้น”

นางอัญชลี กล่าวถึง ประเด็นเรื่องการปิดกิจการปางช้างแม่สาคงยังไม่จำเป็นในขณะนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีการโอนเงินสด แต่จะมีที่ดินมาแทน ตนจึงขอรอดูวันที่ 15 กันยายน 2565นี้ก่อน ว่าที่เขานัดโอนที่ดินจะเป็นความจริงหรือไม่ อย่างไร นางอัญชลีกล่าวทิ้งท้าย

Advertisement
Continue Reading
Advertisement