Connect with us

ข่าว

ฟินน์ลูชั่น จับมือ บอทน้อย เปิดตัว ฟินน์เจนติค ยกระดับระบบบริหารหนี้ไทยด้วยเทคโนโลยี AI

Published

on

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ฟินน์ลูชั่น จำกัด ร่วมกับ บริษัท บอทน้อย กรุ๊ป จำกัด ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์จัดตั้ง บริษัท ฟินน์เจนติค จำกัด (FINNGENTIC) เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับการบริหารและติดตามหนี้อย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์พฤติกรรมลูกหนี้ควบคู่ไปกับธรรมาภิบาล เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ที่เน้นความเป็นธรรมและแม่นยำ พร้อมตั้งเป้าขยายบริการในรูปแบบ Software as a Service (SaaS) ให้แก่สถาบันการเงินภายในเดือนเมษายน 2569

ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการบริหารหนี้ของ ฟินน์ลูชั่น เข้ากับเทคโนโลยี AI Voice, Conversational AI และ Agentic AI ของ บอทน้อย โดย ฟินน์เจนติค (FINNGENTIC) ถูกวางตัวให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อบริบทของตลาดการเงินไทยโดยเฉพาะ ระบบสามารถวิเคราะห์จัดกลุ่มลูกหนี้ตามศักยภาพ ช่วยให้เจ้าหนี้ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันลูกหนี้จะได้รับข้อเสนอในการแก้ปัญหาหนี้ที่เหมาะสมกับรายบุคคล ซึ่งผลการทดสอบเบื้องต้นพบว่าการใช้ AI สามารถเพิ่มอัตราการตอบกลับได้ถึง 1 เท่าตัวเมื่อเทียบกับการใช้พนักงานเพียงอย่างเดียว

นางสาวเรวดี เกตุแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟินน์ลูชั่น จำกัด เปิดเผยว่า การตั้ง ฟินน์เจนติค ไม่ใช่เพียงการนำเครื่องมือภายนอกมาใช้ แต่เป็นการสร้างรากฐานเทคโนโลยีระยะยาว เพื่อให้เจ้าหนี้บริหารพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพและลูกหนี้มีทางออกที่ชัดเจน

“เป้าหมายของการนำ AI มาใช้ไม่ใช่การทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเราคือภัยที่ต้องการมาทวงหนี้ แต่ต้องการแสดงให้เห็นว่าเราสามารถช่วยบริหารจัดการหนี้ได้ ก่อนหน้านี้จากการทดลองพบว่าลูกหนี้ตอบกลับมาคุยกับ AI เสมือนคุยกับคนจริงๆ เพราะมีการปรับแต่งให้พูดตามสำเนียงถิ่นได้ และช่วยให้มีการชำระหนี้ตามเวลาเพื่อไม่ให้กลายเป็นหนี้เสีย”

Advertisement

ด้าน ดร.วินน์ วรวุฒิคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บอทน้อย กรุ๊ป จำกัด ระบุว่า เป้าหมายในปีแรกคือการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการหนี้ให้ได้ถึง 10 เท่า โดย AI จะเข้ามาช่วยในส่วนที่แรงงานคนมีข้อจำกัด เช่น การโทรหาลูกค้าในเวลาที่เหมาะสม หรือการบันทึกข้อมูลพร้อมกันจำนวนมากเพื่อนำมาวิเคราะห์แบบรายบุคคล (Personalization)

“เราไม่ได้พัฒนาเทคโนโลยีเพียงเพื่อเพิ่มความเร็วในการติดตามหนี้ แต่เพื่อยกระดับคุณภาพของการตัดสินใจ AI จะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือที่มีความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) และสามารถขยายตัว (Scale) ได้รวดเร็ว โดยมีคนเป็นผู้ควบคุมระบบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส”

สำหรับระบบการทำงานของ ฟินน์เจนติค จะแสดงผลผ่านหน้าจอกลาง (Dashboard) ที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ว่าลูกหนี้รายใดควรได้รับการติดต่อในเวลาใด นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันแจ้งเตือนเชิงรุก เช่น การแจ้งเตือนลูกหนี้ชั้นดีในช่วงที่มีภาระค่าใช้จ่ายสูง เพื่อวางแผนการชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในอนาคตจะเปิดกว้างให้สถาบันการเงินและบริษัทติดตามหนี้รายอื่นเข้าใช้งาน เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของการติดตามหนี้ให้เป็นการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาทางการเงินอย่างยั่งยืน

Continue Reading
Advertisement