ข่าว
นักดาราศาสตร์ไทยร่วมทีมพบนานาชาติพัลซาร์ใหม่ 15 ดวงในระบบดาวคู่หายาก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ดร. ติณณ์ ทองมีอาคม นักดาราศาสตร์จาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. (NARIT) ร่วมกับกลุ่มนักดาราศาสตร์นานาชาติ Transients and Pulsars with MeerKAT (TRAPUM) ประสบความสำเร็จในการค้นพบ พัลซาร์ (Pulsar) ใหม่จำนวน 15 ดวง โดยใช้ กล้องโทรทรรศน์วิทยุ MeerKAT สำรวจแหล่งกำเนิดรังสีแกมมาที่ยังไม่สามารถระบุประเภทได้ การค้นพบครั้งนี้รวมถึงการพบ พัลซาร์มิลลิวินาที (Millisecond Pulsar) ชนิดพิเศษที่เรียกว่า พัลซาร์แมงมุม (Spider Pulsar) ซึ่งเป็นระบบดาวคู่ที่หาได้ยากในเอกภพ โดยผลงานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ Monthly Notices of the Royal Astronomical Society เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา
การค้นพบครั้งนี้เริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมายไปที่ตำแหน่งของแหล่งกำเนิดรังสีแกมมาที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ (Unidentified Gamma-ray Sources; UnIDs) จากข้อมูลของ กล้องโทรทรรศน์อวกาศเฟอร์มี (Fermi Gamma-ray Space Telescope) ขององค์การ NASA โดยทีมวิจัยได้ใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุ MeerKAT ของหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแอฟริกาใต้ (SARAO) ซึ่งมีจานรับสัญญาณ 64 จาน ตรวจสอบตำแหน่งที่คาดว่าจะพบพัลซาร์จำนวน 79 แห่ง จนสามารถยืนยันการพบพัลซาร์ใหม่ 15 ดวง แบ่งเป็นพัลซาร์ปกติ 6 ดวง และพัลซาร์มิลลิวินาที 9 ดวง ซึ่งมีความเร็วในการหมุนรอบตัวเองหลายร้อยรอบต่อวินาที

ทางด้าน ดร. ติณณ์ ทองมีอาคม นักวิจัยด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ช่วงคลื่นวิทยุ สดร. (NARIT) ได้ให้ข้อมูลถึงกระบวนการทำงานว่า “การค้นพบครั้งนี้เริ่มจากเลือกตำแหน่งที่มีโอกาสสูงที่จะพบพัลซาร์ โดยใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์ Large Area Telescope (LAT) บนกล้องโทรทรรศน์อวกาศเฟอร์มี เนื่องจากแหล่งกำเนิดรังสีแกมมาบางแหล่งมีลักษณะการปล่อยสัญญาณคล้ายพัลซาร์ แต่ไม่พบสัญญาณแบบเป็นจังหวะที่ยืนยันได้ งานวิจัยนี้จึงใช้การศึกษาช่วงคลื่นวิทยุมาช่วยค้นหาจนประสบความสำเร็จ”
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้ทำการ จับเวลาพัลซาร์ (Pulsar Timing) เพื่อศึกษาลักษณะวงโคจรอย่างละเอียด พบว่าพัลซาร์มิลลิวินาที 7 จาก 9 ดวงที่ค้นพบ มีการปล่อยสัญญาณทั้งในช่วงคลื่นวิทยุและรังสีแกมมา และที่น่าสนใจคือพบ พัลซาร์แมงมุม (Spider Pulsar) ถึง 6 ดวง ซึ่งเป็นระบบดาวคู่ที่พัลซาร์กำลังดูดกลืนหรือเป่ามวลของดาวคู่ขนาดเล็กออกไป คล้ายกับพฤติกรรมของแมงมุมบางชนิด โดยแบ่งเป็นประเภท พัลซาร์แมงมุมแม่ม่ายดำ (Black-widow Pulsar) และ พัลซาร์แมงมุมหลังแดง (Redback Pulsar) ตามขนาดมวลของดาวคู่ ซึ่งปัจจุบันมีการค้นพบวัตถุประเภทนี้ทั่วโลกเพียงประมาณ 80 ดวงเท่านั้น

ดร. ติณณ์ ระบุเพิ่มเติมว่าการวิจัยครั้งนี้ยังเป็นการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของย่านความถี่ โดยพบว่าช่วงคลื่นวิทยุย่าน Ultra High Frequency (UHF) มีประสิทธิภาพในการค้นหาพัลซาร์มิลลิวินาทีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของเฟอร์มีมากกว่าย่าน L band “การวิจัยนี้ถือเป็นการวางรากฐานสำหรับการค้นหาพัลซาร์ในอนาคต โดยเฉพาะการใช้งานกล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดยักษ์ Square Kilometre Array (SKA) ของหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุ Square Kilometre Array Observatory (SKAO) ซึ่งกำลังจะกลายเป็นหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุที่ใหญ่ที่สุดในโลก”
ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มจำนวนสถิติของพัลซาร์ในสารบบดาราศาสตร์ แต่ยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มีความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการของระบบดาวคู่และฟิสิกส์ดาราศาสตร์ในสภาวะสุดขีดได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการยืนยันถึงขีดความสามารถของนักดาราศาสตร์ไทยในเวทีระดับโลกผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายนานาชาติ
อ้างอิง
[1] MNRAS: https://doi.org/10.1093/mnras/stag406
[2] arXiv: https://arxiv.org/abs/2602.20811
