Connect with us

ข่าว

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จับมือ AVEVA และ ETAP ร่วมกลุ่ม OpenUSD เร่งพัฒนาดีจิทัลทวินเพื่ออุตสาหกรรม

Published

on

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ประกาศผนึกกำลังร่วมกับ AVEVA และ ETAP เข้าเป็นสมาชิกในกลุ่มพันธมิตร Alliance for OpenUSD (AOUSD) อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมกำหนดมาตรฐานระบบเปิด (Open Standards) ในการสร้างแบบจำลองเสมือนจริง 3 มิติ หรือ ดิจิทัลทวิน (Digital Twin) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการจำลองสถานการณ์ในภาคอุตสาหกรรมที่แม่นยำทางกายภาพ ซึ่งความร่วมมือนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบอาคาร การจัดการพลังงาน และความยั่งยืนในหลากหลายเซกเตอร์ เช่น อาคารอัจฉริยะ โครงข่ายไฟฟ้า และโรงงานอัจฉริยะ (AI Factories)

การเข้าร่วมสมาชิกในครั้งนี้เกิดขึ้นภายในงาน Innovation Summit North America ณ ลาสเวกัส ซึ่งเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่าง ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric), AVEVA และ ETAP ร่วมกับผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง NVIDIA, Pixar, Adobe และ Autodesk โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการใช้เฟรมเวิร์ก OpenUSD (Universal Scene Description) เป็นภาษากลางทางดิจิทัล เพื่อให้ซอฟต์แวร์จากต่างค่ายสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลที่ขยายขนาดได้และพร้อมสำหรับการจำลอง หรือ SimReady ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการนำ Generative AI มาใช้เพื่อการตัดสินใจที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้นในโลกอุตสาหกรรม

ทางด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค และพันธมิตรกำลังทำงานใกล้ชิดกับ เอ็นวีเดีย (NVIDIA) เพื่อปลดล็อกการทำงานผ่าน NVIDIA Omniverse ซึ่งช่วยให้สามารถสร้างมุมมองภาพรวม (Unified views) ของระบบที่ซับซ้อน เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ และโรงงานผลิต โดยบูรณาการเข้ากับแพลตฟอร์ม EcoStruxure, AVEVA และ ETAP การจำลองผ่านดิจิทัลทวินในลักษณะนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการระบบพลังงาน การกระจายกำลังไฟฟ้า และการไหลเวียนของอากาศภายใน AI Factory ได้อย่างละเอียด ส่งผลให้ลดความเสี่ยงในการดำเนินงานและเร่งระยะเวลาการนำโซลูชันใหม่ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้น

จิม ซิโมเนลลี รองประธานอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ส่วนงานดาต้าเซ็นเตอร์ ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ระบุว่า “OpenUSD เป็นมากกว่ารูปแบบไฟล์ แต่เป็นสะพานเสมือนที่เชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมต่างๆ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่มพันธมิตรนี้ช่วยให้เรามีส่วนร่วมในการสร้างภาษากลางทางดิจิทัลที่เสริมพลังให้กับการทำงานร่วมกัน การจำลองสถานการณ์ และนวัตกรรมทั่วทั้งระบบนิเวศของ AI ซึ่งช่วยให้สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงแต่ทรงประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังมีความชาญฉลาด ยั่งยืน และพร้อมรับกับอนาคต”

Advertisement

ขณะที่ เรฟ เลบาเรเดียน รองประธานฝ่ายเทคโนโลยี Omniverse และการจำลองสถานการณ์ ของ เอ็นวีเดีย (NVIDIA) กล่าวเสริมว่า “เพื่อให้สามารถออกแบบและดำเนินงานระบบที่มีความซับซ้อนอย่าง AI factory ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อุตสาหกรรมจำเป็นต้องมีรากฐานที่แข็งแกร่งและพร้อมสำหรับการจำลองสถานการณ์ ความเชี่ยวชาญของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในด้านการบริหารจัดการพลังงาน เมื่อผสานรวมกับไลบรารีของ NVIDIA Omniverse จะช่วยเร่งการสร้างโรงงานและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ พร้อมทั้งปูทางสู่ยุคใหม่ของประสิทธิภาพและความยั่งยืนที่ขับเคลื่อนด้วย AI”

นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังได้รับการประกาศให้เป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีพลังงานและระบบทำความเย็น เพื่อสนับสนุนศูนย์วิจัย NVIDIA AI factory ณ เมืองมะนาสซัส รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นฐานรากสำหรับ Omniverse DSX Blueprint ในระดับกิกะสเกล (Gigascale) อีกทั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ETAP โดยชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เปิดตัวเทคโนโลยีดีจิทัลทวินที่สามารถออกแบบและจำลองความต้องการพลังงานของโรงงาน AI ได้อย่างแม่นยำ ตอกย้ำถึงความสำเร็จในการพัฒนาโซลูชันเพื่ออนาคตของพลังงานอัจฉริยะ

Advertisement