Connect with us

ข่าว

เซ็นทรัลลำปาง ชวนสรงน้ำพระ 1-17 เม.ย นี้ ในเทศกาลปีใหม่เมือง 65.

Published

on

เซ็นทรัล ลำปาง อัญเชิญองค์จำลองพระพุทธรูปคู่เมืองลำปาง องค์พระศักดิ์สิทธิ์ประจำสี่มุมเมืองอาทิ พระเจ้าทองทิพย์ องค์อินทร์ วัดทรายมูล, พระเจ้าแสนแซ่ วัดพระเจดีย์ซาวหลัง, พระแก้วมรกต วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม และพระเจ้า ไม้แก่นจันทน์ วัดป่าตันหลวง มาประดิษฐานเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวลำปางรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวได้รู้จักกับพระพุทธรูปคู่บ้าน คู่เมืองที่มีอายุเก่าแก่และมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานถือโอกาสได้สรงน้ำ กราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลตามจารีตประเพณีอันดีงานของเทศกาลสงกรานต์

พระแก้วดอนเต้า (พระแก้วมรกต)เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะเชียงแสน แกะสลักจากมรกตขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 6 นิ้วครึ่ง สูง 8 นิ้ว ไม่มีพระเกตุมาลา ฐานทำด้วยทองคำหนัก 19 บาท กับสลึงเฟื้อง มีชฎาทองคำสวม มีเครื่องทรงเป็นสร้อยสังวาลทำด้วยทองคำหนัก7บาท ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุ เมื่อปี พ.ศ.2478 เป็นพระพุทธรูปล้ำค่าของเมืองลำปางมานับหลายร้อยปีมีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า สมัยที่เมืองลำปางมีชื่อว่า กุกกุตตนคร มีพระมหาเถระองค์หนึ่ง เป็นเจ้าอาวาสวัดม่อนดอนเต้า คิดจะสร้างพระพุทธรูปองค์หนึ่งด้วยไม้จันทน์แดง แต่หาไม้จันทน์แดงไม่ได้ ครั้งนั้นมีอุบาสิกาคนหนึ่งชื่อนางสุชาดา วันหนึ่งนางพบแตงโมลูกหนึ่งลูกโต ผิวสวยกว่าปกติจึงนำไปถวายพระมหาเถระองค์นั้น เมื่อพระมหาเถระผ่าแตงโมก็พบแก้วมรกตก้อนใหญ่ อยู่ในผลแตงโมจึงนำไปแกะสลักเป็นพระพุทธรูป แต่ไม่สามารถแกะได้ จนมีเทวดามาช่วยแกะสลักได้สำเร็จมีความสวยงามยิ่งนัก ชาวเมืองทราบก็พากันมานมัสการเป็นจำนวนมาก อำมาตย์เมืองลำปางเกิดความริษยา จึงไปฟ้องเจ้าเมืองว่านางสุชาดาเป็นชู้กับพระมหาเถระ เจ้าเมืองเชื่อโดยไม่ได้สอบสวน จึงให้เอานางสุชาดาไปประหารชีวิตต่อมาเจ้าเมืองสำนึกผิดก็เสียใจถึงแก่พิราลัย พระมหาเถระเมื่อทราบข่าวเกรงภัยจะมาถึงตัว จึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกตองค์นั้น ไปฝากไว้ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง แล้วตัวท่านก็หายสาบสูญไป ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง

พระเจ้าทองทิพย์ เป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยแบบเชียงแสนรุ่นหลังคือแบบสิงห์สาม หน้าตักกว้าง 73 เซนติเมตร สูง 97 เซนติเมตร จากตำนานท้องถิ่นได้ความว่า พระเจ้าทองทิพย์เป็นพระพุทธรูปสกุลช่างเชียงแสน ประดิษฐานอยู่ที่เมืองลำปางในช่วงหลังปี พ.ศ.2300 หลังจากการกวาดต้อนผู้คนจากเมืองเชียงแสนเข้ามาอยู่ ที่เมืองลำปาง ซึ่งจะมีพระพุทธรูปสำคัญอยู่ห้าองค์ โดยถือเอาพระเจ้าทองทิพย์ วัดทรายมูลเป็นองค์ประธาน ตามตำนานยังกล่าวถึงการหล่อพระเจ้าทองทิพย์ตอนแรกหล่อได้ไม่เต็มองค์ พระอินทร์ต้องลงมาช่วยหล่อจึงสำเร็จ ดังปรากฏรอยต่อระหว่างฝีมือมนุษย์กับฝีมือเทวดา ระดับพระอินทร์ที่องค์พระและประดิษฐานอยู่ที่วัดนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งมีอายุเก่าแก่เท่ากับจังหวัดลำปางปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่ วัดบ้านทรายมูล อ.เมือง จ.ลำปาง

พระเจ้าไม้แก่นจันทน์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบเชียงแสนรุ่นหลัง หรือแบบสิงห์สาม แกะสลักจากไม้แก่นจันทน์ ฐานแกะสลักเป็นรูปกลีบบัว ศิลปะแบบปาละ ฐานรองลงไปสลักลวดลายประดับอัญมณี ขนาดหน้าตักกว้าง 32 เซนติเมตร สูง 42 เซนติเมตร ตามตำนาน จากหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวว่า พระเจ้าปเสนทิโกศลโปรดให้สร้างพระพุทธรูปองค์นี้ ต่อมากษัตริย์ในสุวรรณภูมิ ได้อัญเชิญมาสักการบูชาในดินแดนสุวรรณภูมิ จนเวลาผ่านไปกว่าพันปี พระเจ้าอาทิจจักษ กษัตริย์สุวรรณภูมิได้อัญเชิญไปประดิษฐานที่เมืองแจ้ตาก เป็นเวลาประมาณ 930 ปี จากนั้นก็ได้มีผู้อัญเชิญไปยังเมืองต่าง ๆ คือ เมืองวิเชตนคร (แจ้ห่ม) 10 ปี ที่โสสุทธนคร(แก่งสร้อยหรือสบสวยแขวงเมืองแจ้ห่ม) 10 ปี ที่วัดปทุมาราม หรือวัดดอกบัว 60 ปี
ที่วัดป่าแดงหลวงดอนชัยเมืองพะเยาใน ปี พ.ศ.2000 ครั้นถึงปี พ.ศ.2022 พระเจ้า ติโลกราชแห่งเชียงใหม่ โปรดให้อัญเชิญพระเจ้าไม้แก่นจันทน์ไปเชียงใหม่ โดยผ่านเมืองแพร่ เขลางค์ ลำพูน แล้วนำไปประดิษฐานที่วัดอโสการาม หรือวัดศรีภูมิ 15 ปี ถึงปี พ.ศ.2036 ได้อัญเชิญกลับไปประดิษฐานที่วัดป่าแดงหลวงดอนชัย เมืองพะเยาตามเดิม พ.ศ.2065 พระเมืองแก้ว โปรดให้อัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดบุพพาราม เชียงใหม่ ภายหลังไปอยู่ที่วัดเจ็ดยอด จากนั้นได้อัญเชิญกลับไปที่พะเยาอีก พ.ศ.2330 เจ้าฟ้าเมืองพะเยา หลบหนีภัยพม่าไปตั้งถิ่นฐานบริเวณบ้านปงสนุก เมืองลำปางได้อัญเชิญพระเจ้าไม้แก่นจันทน์ไปด้วย และได้ประดิษฐานอยู่ในนครลำปางสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดป่าตันหลวง อำเภอแม่ทะ

พระแสนแซ่ทองคำ เป็นพระพุทธรูปทองคำปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 9.5 นิ้ว สูง 15 นิ้ว พบว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์หนักราว 100 บาท สร้างขึ้นโดยการตีตกแต่งแบบไม่ได้ใช้การหล่อทั้งองค์ แต่ใช้วิธีสร้างขึ้นมีสลักประกอบรวมเป็นองค์ขึ้น คือส่วนพระเศียรชั้นนอกเป็นชั้นลายเม็ดพระศก มีลายฝังอัญมณีแก้วยี่หร่าสีน้ำเงิน ขนาดเม็ดยาวกว่า 1 เซนติเมตร หนึ่งเม็ดสีขาว สีแดงเข้ม และสีทับทิม ทรงจิกพระเมาฬีชั้นในนี้ถอดได้ โดยมีหลอดทองคำสำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุยาวสองนิ้วครึ่ง ทรงกลม กระบอกมีเส้นผ่าศูนย์กลางสองเซนติเมตร สร้างแบบพระเศียรสองฤดูที่น่าอัศจรรย์ก็คือ ภายในองค์พระมีหัวใจ ตับ ไต ไส้ ซึ่งทำด้วยทองคำบริสุทธิ์เช่นกัน และยังมีใบลานทองคำ 2 แผ่น จารึกคาถาอักษรพื้นเมืองพันรอบขั้วหัวใจ และที่ไตมีจารึกอักขระ 32 ตัว ขณะที่ได้มาไม่ปรากฏพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนของพระเศียร และพระกรรณทั้งสองข้างสร้างแบบสลักถอดได้ พระศอมีรูสำหรับสอดสลักเพื่อเข้าต่อกับตัวองค์พระ พระกรทั้งสองข้างและสังฆาฏิแยกส่วนได้เช่นเดียวกัน องค์พระกลวง ลักษณะฝีมือสร้างประณีตระดับช่างหลวง พระแสนแซ่ทองคำถูกขุดพบเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2526 ในไร่อ้อยของนายบุญเทียม เครือสาร ศิลปะแบบล้านนาผสมอยุธยา สันนิฐานว่าสร้างในสมัยพุทธศตวรรษที่21 ฝีมือประณีตมาก พุทธลักษณะคล้ายพระแก้วมรกตในวัดพระธาตุลำปางหลวงและพระแก้วดอนเต้า ซึ่งต่อมาได้อัญเชิญมามอบให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน โดยประดิษฐานในพระวิหารวัดพระเจดีย์ซาวหลังปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่ วัดเจดีย์ซาวหลัง อ.เมือง จ.ลำปาง

Advertisement

นอกจากนี้ยังอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อย่างพระพุทธชินราช, พระสิงห์หนึ่ง, พระไพรีพินาศ, พระนาคปรก ลพบุรี และหลวงพ่อรุ่งเรือง ที่อัญเชิญมาประดิษฐานในงานอีกด้วย โอกาสนี้ได้รับเกียรติจากพระครูโกศลอรัญญกิจ (วีระพงษ์ วีรวํโส) ท่านเจ้าคณะตำบลป่าตันเขต 2 นำทีมคณะกรรมการวัดป่าตันหลวงเข้าเยี่ยมชมและสรงน้ำพระ โดยมีนายสายัณห์ นักบุญ ผู้จัดการเซ็นทรัล ลำปาง พร้อมคณะผู้บริการร่วมต้อนรับ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ ระหว่างวันนี้ – 17 เม.ย. 65 ณ ลานรถม้า ชั้น 1

Continue Reading
Advertisement