Connect with us

ข่าว

เดือดหนัก !!! ทุบอาคารประวัติศาสตร์ นักกฎหมาย นักอนุรักษ์ นักวิชาการเรียงหน้าจวกหมดอัตลักษณ์เมืองแพร่

Published

on

ผู้สื่อข่าว : ธีรพงษ์ ธงออน

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16 มิถุนายน. นางกานต์เปรมปรีย์ ชิตานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เข้าดูสภาพการทุบทิ้งอาคารประวัติศาสตร์ป่าไม้เมืองแพร่ ที่บริเวณชุมชนเชตวัน เป็นอาคารเก่า อาคารไม้ประยุคแบบอาณานิคมอังกฤษ เคยเป็นที่ทำงานบริษัทบอมเบเบอร์มา ในการทำไม้และยังเป็นท่าเรือล่องซุงของบอมเบเบอร์ม่าและบริษัทอิสเอเซียติค สมัยยังมีเจ้าหลวงผู้ครองนครแพร่อยู่อละยังเป็นอาคารประวัติศาสตร์สำคัญสมัยล่าอาณานิคมของชาวตะวันตก

อาคารดังกล่าวอยู่ในครอบครองของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 โดยนายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ได้สั่งการให้ดำเนินการรื้อถอนอาคารเก่าเพื่อให้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์สวนรุกขชาติเชตวัน หลังจากได้รับงบประมาณที่ขอไว้ในปีพ.ศ.2561-2562
และเวลา 11.00 น.วันเดียวกัน ภาคีเครือข่ายรักษ์เมืองเก่าแพร่และชาวบ้านเชตวันนำโดย นายธีรวุฒิ กล่อมแล้ว วิศวกรชาวเมืองแพร่ เข้ายื่นหนังสือประท้วงการกระทำดังกล่าวต่อนางกานต์เปรมปรีย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ที่ศาลากลางจังหวัดแพร่ ในหนังสือระบุถึงประกาศให้เมืองแพร่เป็นเมืองเก่าว่าด้วยการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินและเมืองเก่า ตามมติครม.วันที่ 10 ก.พ 2558 มีข้อเรียกร้อง 1.ให้ระงับการก่อสร้างทั้งหมด 2. เปิดเผยข้อมูลงบประมาณ แผนการรื้อถอนและก่อสร้าง 3.หาผู้รับผิดชอบการทุบทิ้งอาคารประวัติศาสตร์. 4.สร้างประชาคมให้มีส่วนร่วมพัฒนาสวนรุกขชาติเชตวัน 5. ให้หน่วยงานรับผิดชอบเสนอแนวทางฟื้นฟู ในเวลาเดียวกัน นางกานต์เปรมปรีย์ ได้เรียกหน่วยงานที่รับผิดชอบประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวโดยได้แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเร่งดำเนินการให้รู้ผลโดยเร็ว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่าประชาชนชาวแพร่เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก ทราบว่าการของบประมาณไปเพื่อซ่อมแซมอาคารเก่า จำนวน 4 ล้านบาท แต่ผลออกมาเป็นรื้อถอนทั้งหมด และขอให้รอการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อย ขอให้ชาวแพร่อดใจรอผลการสอบสวน

ทางนายพัฒนา แสงเรียง นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า อาคารดังกล่าวสำคัญมากเป็นองค์ประกอบสำคัญทางประวัติศาสตร์ การซ่อมแซมทำไม้กลายเป็นรื้อ และขอดูขั้นตอนการทำงานทางวิศวกรรมก็ไม่มีหมายความว่าอย่างไร เรื่องนี้คงต้องใช้กฏหมายเพราะความผิดสำเร็จแล้ว ส่วนความเสียหายเกิดขึ้นกับประวัติศาสตร์เมืองแพร่แล้ว

นายสุวิทย์ เขมะวิชานุรัตน์ ไกท์ท่องเที่ยว กล่าวว่า นักท่องเที่ยวชาวยุโรปสนใจมากบางคนมาเพราะอดีตบ้านหลังนี้มีประวัติของต้นตระกูลของเขา

นายสุรพงษ์ กองจันทร์ทึก นักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชน นักกฏหมาย กล่าวว่า เห็นข่าวแล้วสะเทือนใจมาก บ้านหลังนี้เคยเป็นที่ทำงานของคุณพ่อ ตนเองเคยอยู่สมัยเด็กๆอาคารนี้มีความสำคัญของคนในวงการป่าไม้อย่างมาก แต่ทำไม่จะรื้อไม่บอกใคร นายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่13 กล่าวในที่ประชุมว่า ตนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีเจตนาดีในการปรับปรุง ส่วนแนวทางรื้อถอนอยู่ที่ผู้รับเหมาและนายช่างวิศวกรซึ่งจะมาชี้แจงในวันศุกร์ ที่19 มิถุนายนนี้ เป็นวันที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้นัดให้มีการชี้แจงใหม่

Continue Reading
Advertisement