การศึกษา
ศธ. แจงมาตรการโรงเรียนปลอดภัย รับมือภัยออนไลน์และ AI ย้ำห้ามตัดกล้อนผมนักเรียน
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยแนวทางของรัฐบาลในการสร้างสถานศึกษาที่ปลอดภัย เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของเด็กและเยาวชน และเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษา หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหารือกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569
การหารือดังกล่าวมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เข้าร่วม โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนแนวทางด้านสิทธิ ความปลอดภัย และโอกาสทางการศึกษาของผู้เรียนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ระบุว่า ประเด็นแรกคือ ความปลอดภัยในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการมีมาตรการด้านความปลอดภัย 7 ข้อ ครอบคลุมการตรวจคัดกรองบุคคล ของมีคม และสิ่งของผิดกฎหมาย พร้อมจัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความปลอดภัยในสถานศึกษา” ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 3 กลไก ได้แก่ การป้องกัน การรับแจ้งเหตุ และการสอบสวนเยียวยา
กระทรวงศึกษาธิการเปิดช่องทางรับแจ้งเหตุผ่าน LINE Traffy Fondue แบบเรียลไทม์ และกำหนดมาตรการทางวินัยกรณีผู้บริหารปกปิดข้อมูลเหตุการณ์ โดยมีเป้าหมายให้ปัญหาได้รับการรับรู้ ตรวจสอบ และช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
ประเด็นที่สองคือ ภัยออนไลน์และความเสี่ยงจาก AI ซึ่งรองโฆษกระบุว่าเด็กและเยาวชนเผชิญมากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการเตรียมผลักดันการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเพื่อเพิ่มการคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์ จัดทำกรอบการใช้ AI และแนวทางเวลาการใช้หน้าจอ (Screen Time) ที่เหมาะสม รวมทั้งเตรียมหารือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อร่วมกันป้องกันการบูลลี่และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กในโลกดิจิทัล
ประเด็นที่สามคือ สิทธิทรงผมนักเรียน กระทรวงศึกษาธิการย้ำว่าห้ามตัดกล้อนผมนักเรียนโดยเด็ดขาด และส่งเสริมให้สถานศึกษาเปิดพื้นที่ให้นักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการกำหนดระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กติกาของสถานศึกษาตั้งอยู่บนการรับฟังและเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้เรียน
ประเด็นที่สี่คือ โอกาสทางการศึกษาของเด็กทุกกลุ่ม กระทรวงศึกษาธิการยึดหลัก “All for Education” โดยเด็กผู้หนีภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวจะมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาเมื่อได้รับอนุมัติ นอกจากนี้ กระทรวงเตรียมเปิดระบบ “จดแจ้ง” ศูนย์การเรียนรู้เด็กข้ามชาติ หรือ Migrant Learning Center (MLC) เพื่อให้การจัดการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มดังกล่าวมีระบบและเชื่อมโยงกับการกำกับดูแลของภาครัฐได้อย่างเหมาะสม
“เด็กทุกคนต้องได้เรียนอย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การคุ้มครองสิทธิเด็กไม่ใช่เรื่องที่แยกออกจากคุณภาพการศึกษา เพราะหากโรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย เด็กก็ไม่สามารถเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ รัฐบาลจึงเดินหน้าทั้งความปลอดภัยในโลกจริง ความปลอดภัยในโลกออนไลน์ การเคารพสิทธิของผู้เรียน และการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เด็กทุกกลุ่มไปพร้อมกัน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงศึกษาธิการเตรียมปรับรูปแบบการจ้างงานครูธุรการและภารโรงให้มีความมั่นคงมากขึ้น ควบคู่กับการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา หลังจากนี้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประสานความร่วมมือและติดตามความคืบหน้าของมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ที่ “ปลอดภัย เคารพสิทธิ และเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้เรียนรู้” อย่างเป็นรูปธรรม
