ข่าว
การ์ทเนอร์คาดปี 2572 เหตุละเมิดความเป็นส่วนตัวส่วนใหญ่เกิดจากการคาดเดาของ AI
สำนักข่าวบริคอินโฟ – การ์ทเนอร์ (Gartner, Inc.) บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยี คาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2572 เหตุการณ์ ละเมิดความเป็นส่วนตัว ส่วนใหญ่จะไม่ได้เกิดจากการรั่วไหลของ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยตรง แต่จะเกิดจากข้อสรุปที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สร้างขึ้นผ่านการคาดเดาข้อมูลของบุคคล ส่งผลให้องค์กรต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการคุ้มครองข้อมูลแบบเดิมไปสู่การกำกับดูแลการคาดเดาข้อมูลเพื่อรับมือกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่
นายบาร์ต วิลเลมเซน (Bart Willemsen) รองประธานฝ่ายนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ ระบุว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการรั่วไหลของข้อมูลไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลเชิงลึก โดย AI ในปัจจุบันมีความสามารถในการดึงคุณลักษณะที่ละเอียดอ่อน เช่น สภาวะสุขภาพ หรือรูปแบบพฤติกรรม ออกมาจากข้อมูลทั่วไปหรือข้อมูลนิรนามได้ เทคนิค Inference-Based Attacks นี้ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถประเมินข้อมูลลึกซึ้งได้โดยไม่ต้องฝ่าระบบควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแบบเดิม ซึ่งบ่อนทำลายความแม่นยำของข้อมูลและยากต่อการตรวจจับ
จากความท้าทายดังกล่าว การ์ทเนอร์ประเมินว่าภายในปี พ.ศ. 2571 มูลค่าการใช้จ่ายเพื่อปกป้องความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล หรือ Data Integrity จะพุ่งสูงขึ้นจนเท่ากับการลงทุนด้านการรักษาความลับของข้อมูล หรือ Data Confidentiality เนื่องจากองค์กรต่าง ๆ ต้องเผชิญความเสี่ยงจากโปรไฟล์บุคคลที่สร้างขึ้นโดย AI ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อน มีอคติ หรือไม่ได้รับอนุญาต
เพื่อรับมือกับภัยคุกคามนี้ การ์ทเนอร์แนะนำให้ผู้บริหารฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ หรือ CISO บูรณาการการกำกับดูแล AI (AI Governance) เข้ากับโปรแกรมความเป็นส่วนตัว ตั้งแต่แนวคิดความเป็นส่วนตัวโดยการออกแบบ (Privacy-by-Design) พร้อมนำเทคโนโลยีเพิ่มความเป็นส่วนตัว (Privacy-Enhancing Technologies: PETs) เช่น Differential Privacy หรือ Synthetic Data มาประยุกต์ใช้เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกระบุตัวตนซ้ำ
นอกจากนี้ องค์กรควรกระชับมาตรการจัดเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น ควบคุมวงจรชีวิตของข้อมูล และยกระดับระบบเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่สำคัญที่สุดคือการส่งเสริมความโปร่งใสด้วยการกำหนดให้มีมนุษย์คอยตรวจสอบและอนุมัติ (Human-in-the-Loop) ก่อนนำข้อสรุปที่ได้จากการคาดเดาของ AI ไปใช้งานกับข้อมูลที่ละเอียดอ่อน
