Brick Insight
วิกฤตคอนเทนต์ AI ล้นตลาด ทำไมผู้บริโภคเริ่มเบื่อหน่าย พร้อมแนะทางรอดให้ครีเอเตอร์และแบรนด์ | Brick Insight
Brick Insight – ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลิตสื่อ ส่งผลให้ต้นทุนต่ำและสร้างงานได้รวดเร็ว แต่ปัจจุบันกลับพบปัญหาใหญ่เมื่อผู้บริโภคเริ่มเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายกับ คอนเทนต์ AI เนื่องจากขาดความเป็นมนุษย์และสะท้อนถึงความมักง่ายของผู้ผลิต ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวกำลังสร้างผลกระทบเชิงลบต่อความน่าเชื่อถือของทั้ง คอนเทนต์ครีเอเตอร์ (Content Creator) และ แบรนด์สินค้า (Brand) อย่างไม่รู้ตัว พร้อมจุดประกายให้เกิดเทรนด์การตลาดที่ต่อต้านการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการสื่อสาร
สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเบื่อหน่ายไม่ได้เกิดจากตัวเทคโนโลยี เอไอ (AI) โดยตรง แต่เกิดจากการเห็นความมักง่ายและความพยายามอันน้อยนิดในการสร้างสรรค์ผลงาน เมื่อมีการนำเทคโนโลยีมาใช้สร้างคอนเทนต์เป็นอาชีพหรือใช้เพื่อโปรโมตแบรนด์อย่างขาดศิลปะ สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ความล้มเหลว ปัญหาสำคัญคือคอนเทนต์เหล่านี้ขาดความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าระบบจะพยายามประมวลผลให้เหมือนมนุษย์มากเพียงใดก็ตาม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณีโฆษณาของแบรนด์ระดับโลกอย่าง โค้ก (Coke) ที่เผยแพร่ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ แต่กลับส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์เนื่องจากการนำเสนอที่ขาดความเป็นธรรมชาติ
นอกจากความน่าเบื่อหน่ายแล้ว ความเลวร้ายของ คอนเทนต์ที่สร้างจาก AI ยังลุกลามไปสู่การหลอกลวงผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ เช่น การสร้าง อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) สายสุขภาพปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกขายอาหารเสริมให้กับผู้สูงอายุในต่างประเทศ หรือการประดิษฐ์เรื่องราวหลอกลวงเพื่อเรียกความสงสาร โดยการอ้างว่าเด็กพิเศษคนหนึ่งถูกกลั่นแกล้งแต่ยังพยายามทำงานฝีมือเพื่อหาเลี้ยงชีพ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเพียงวิดีโอจำลองที่สร้างขึ้นเพื่อหากินกับความรู้สึกของคนทั่วโลก
กระแสความต่อต้านนี้ก่อให้เกิดเทรนด์ Anti-AI Marketing ในต่างประเทศ เพื่อดึงเสน่ห์ความเป็นมนุษย์กลับมาสู่การสื่อสารระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีกระแสจากกลุ่ม เจนซี (Gen Z) ที่แม้จะเติบโตมาในยุคดิจิทัล แต่กลับโหยหาความสนุกสนานในยุคปี 2016 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 และก่อนที่วิดีโอ 3 มิติสำเร็จรูปจะล้นฟีดโซเชียลมีเดีย พวกเขาคิดถึงยุคที่ผู้คนออกไปทำกิจกรรมร่วมกันอย่างการเล่นเกม โปเกมอน โก (Pokemon Go) หรือการชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง มาร์เวล สตูดิโอส์ กัปตันอเมริกา: ซิวิลวอร์ (Marvel Studios’s Captain America: Civil War), ซูโทเปีย (Zootopia), โร้ควัน (Rogue One), โมอาน่า (Moana), นครดารา (La La Land) และ เดดพูล (Deadpool) ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจล่าสุดของสื่อใหญ่อย่าง เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ระบุว่าชาวอเมริกันเกือบครึ่งมีความรู้สึกไปในทางลบต่อเทคโนโลยีดังกล่าว
The only thing growing faster than the artificial-intelligence industry may be Americans’ negative feelings about it. https://t.co/P7rwYsbVWU pic.twitter.com/3rAOBQSmwn— The Wall Street Journal (@WSJ) May 20, 2026
สำหรับทางออกสำคัญในการรับมือกับยุคที่คนเบื่อหน่ายเทคโนโลยี คือการนำแนวคิด Human-in-the-Loop หรือการให้มนุษย์เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทำงานมาปรับใช้ เช่น การให้ปัญญาประดิษฐ์เป็นผู้ร่างโครงสร้าง (AI Draft) แล้วมนุษย์นำมาขัดเกลา (Human Craft) หรือการหาไอเดียเริ่มต้นแล้วให้มนุษย์เป็นผู้เล่าเรื่อง เพื่อให้คอนเทนต์สามารถสร้างการรับรู้และความรู้สึกร่วมกับผู้ชมได้ การใช้งานที่ถูกต้องคือการใส่บริบทและตัวตนของผู้สร้างลงไป เพื่อเปลี่ยนให้เทคโนโลยีกลายเป็นเพียงผู้ช่วยที่ฉลาด มากกว่าจะเป็นนายจ้างที่ทำงานแทนมนุษย์แบบเบ็ดเสร็จ
