Connect with us

ข่าว

สมาคมการค้ายาสูบไทยพบทางเลี่ยงกฎหมายบุหรี่เถื่อนออนไลน์รุกหนัก จี้กระทรวงดีอีเร่งปิดกั้นแพลตฟอร์ม

Published

on

สมาคมการค้ายาสูบไทยเผยผลสำรวจบุหรี่เถื่อนออนไลน์โตพุ่ง ชี้ Facebook Groups เป็นแหล่งซ่องสุมหลัก พบใช้แฮชแท็กสถานศึกษาดึงเยาวชน จี้กระทรวงดีอีเร่งปราบปราม

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สมาคมการค้ายาสูบไทย (Thai Tobacco Trade Association) เปิดเผยผลสำรวจวิเคราะห์สถานการณ์บุหรี่ผิดกฎหมาย พบการขยายตัวอย่างรุนแรงในช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะการย้ายฐานจากแพลตฟอร์มเปิดเข้าสู่กลุ่มปิดบนเฟซบุ๊ก (Facebook Groups) เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบและสร้างระบบนิเวศการซื้อขายที่น่าเชื่อถือ พร้อมระบุผู้ค้าใช้วิธีเก็บเงินปลายทางและแสดงคลังสินค้ามัดใจลูกค้า ขณะที่กลุ่มเยาวชนกลายเป็นเป้าหมายหลักจากการใช้แฮชแท็กสถานศึกษาและพิกัดเมืองใหญ่ ด้านสมาคมฯ เรียกร้องให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเร่งปราบปรามต้นตอการกระจายสินค้าผ่านบริการขนส่งพัสดุและโซเชียลมีเดีย

นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย ระบุว่าจากการติดตามข้อมูลบทสนทนาออนไลน์ช่วงปลายปี 2568 พบโพสต์ซื้อขาย บุหรี่เถื่อน รวมกว่า 1,240 โพสต์ โดยพบว่า Facebook Groups กลายเป็นแหล่งกระจายสินค้าหลักแทนที่เอ็กซ์ (X หรือ Twitter) เนื่องจากมีระบบชุมชนที่สร้างความไว้วางใจได้มากกว่า โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ข้อมูลชี้ชัดว่าการซื้อขายย้ายเข้าสู่กลุ่มปิดอย่างสมบูรณ์เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกจับกุมและการถูกฉ้อโกง ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการขายทั้งแบบแยกซองและยกคอตตอนในราคาเพียง 200–299 บาท

กลยุทธ์สำคัญที่กลุ่มผู้ค้า บุหรี่ผิดกฎหมาย นำมาใช้คือการสร้างภาพลักษณ์ความพรีเมียมภายใต้คำว่า บุหรี่นอก หรือบุหรี่ต่างประเทศ ควบคู่กับการโจมตีบุหรี่ถูกกฎหมายในด้านราคาและคุณภาพที่ไม่ดึงดูดใจ นอกจากนี้ยังมีการปรับตัวเพื่อแก้ปัญหาการฉ้อโกงด้วยการเพิ่มบริการเก็บเงินปลายทาง การถ่ายภาพสต็อกสินค้าจำนวนมากยืนยันความพร้อมส่ง และการใช้แอปพลิเคชันไลน์ (LINE) เป็นช่องทางปิดการขายส่วนตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐ

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการใช้ แฮชแท็กพิกัดสถานที่ ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่) รวมถึงการระบุชื่อสถานศึกษาระดับมหาวิทยาลัย เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่และกลุ่มเยาวชนโดยเฉพาะ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ กรมศุลกากร ที่ระบุว่าพฤติการณ์การลักลอบเปลี่ยนมาเป็นการส่งตรงถึงผู้บริโภคผ่านระบบขนส่งพัสดุมากขึ้น ทำให้หน่วยงานภาครัฐต้องปรับแผนนำเทคโนโลยีเอ็กซ์เรย์ (X-ray) มาใช้ตรวจคัดแยกพัสดุอย่างเข้มงวด

“สมาคมฯ ขอขอบคุณ กรมสรรพสามิต และ กรมศุลกากร ที่ลุยปราบบุหรี่เถื่อนอย่างต่อเนื่อง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ร้านค้าโชห่วยกว่า 5 แสนรายทั่วประเทศ แต่สถานการณ์ในโลกออนไลน์ยังวิกฤต จึงขอเรียกร้องให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ดำเนินการเชิงรุกในการปิดกั้นเพจ กลุ่ม และโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ผิดกฎหมาย เพราะหากปล่อยให้แพลตฟอร์มเหล่านี้เติบโต จะกลายเป็นช่องทางให้เยาวชนเข้าถึงสินค้าอันตรายได้ง่ายขึ้น” นางสาวธัญญศรัณ กล่าวทิ้งท้าย

Advertisement

Continue Reading
Advertisement