ข่าว
เปิดตัว Lineage W Thailand รุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเซิร์ฟเวอร์เฉพาะ พร้อมระบบแปลภาษา AI
สำนักข่าวบริคอินโฟ – วีเอ็นจี เกมส์ (VNGGames) ร่วมกับ เอ็นซี ซอฟต์ (NCSoft) จัดงาน Lineage W Showcase ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท (Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit) เพื่อเปิดตัวเกม Lineage W อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยเน้นจุดเด่นด้านการแยกเซิร์ฟเวอร์เฉพาะสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการเล่น พร้อมนำเทคโนโลยี NC AI มาใช้แปลภาษาในเกมแบบเรียลไทม์เพื่อทำลายกำแพงด้านการสื่อสารระหว่างผู้เล่นในภูมิภาค
เคลลี่ วอง (Kelly Wong) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ VNG เปิดเผยว่า บริษัทมีการลงทุนในตลาดเกมประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผู้เล่นชาวไทยมากที่สุด โดยการเปิดตัว Lineage W ในครั้งนี้ถือเป็นผลสำเร็จจากการทำงานร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วนมานานกว่า 2-3 ปี ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีทั้งในประเทศไทย เวียดนามและประเทศต่างๆในภูมิภาคนี้ สอดคล้องกับเป้าหมายของ VNGGames ที่ต้องการมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่มีคุณภาพระดับสากลให้แก่ผู้เล่นในพื้นที่
ด้าน แบ จองยอง (Bae Jung-Yong) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NCV Games ระบุว่า Lineage เป็นเกมระดับตำนานที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 1998 มีบัญชีผู้เล่นรวมกว่า 130 ล้านบัญชีทั่วโลก และในเวอร์ชัน Lineage W นี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ในรูปแบบ 3D เต็มรูปแบบภายใต้คอนเซปต์ “ดาร์คแฟนตาซี” ซึ่งมุ่งเน้นการถ่ายทอดบรรยากาศยุคกลางที่เต็มไปด้วยสงครามและความขัดแย้ง โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานเข้าเล่นในแต่ละวัน (DAU) ของตัวเกมในระดับโลก มากกว่า 1.5 ล้านคน
สำหรับการตัดสินใจลงทุนเปิดเซิร์ฟเวอร์เฉพาะสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia) นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงผู้เล่นในไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และมาเลเซีย เข้าด้วยกัน โดยคำนึงถึงความแตกต่างด้านภาษาและเขตเวลาที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นใหม่ได้เริ่มต้นไปพร้อมกันโดยไม่เสียเปรียบผู้เล่นเดิมในเซิร์ฟเวอร์ระดับโลก (Global) ที่มีการเก็บเลเวลมาเป็นเวลานานแล้ว
ในส่วนของเนื้อหาเกมมีการปรับโครงสร้างใหม่เพื่อผู้เล่นในภูมิภาคนี้โดยเฉพาะ เช่น การเปิดให้เลือกเล่นคลาสนักดาบวิญญาณและมือปืนได้ทันทีตั้งแต่วันแรก โดยจะมีการอัปเดตเนื้อหาเป็นรายสัปดาห์เพื่อตอบสนองต่อคำแนะนำของผู้เล่นอย่างรวดเร็ว พร้อมแผนการเพิ่มคอนเทนต์ในระยะยาว เช่น ศึกระหว่างเซิร์ฟเวอร์ และสงครามชิงปราสาท นอกจากนี้ยังรองรับการเล่นข้ามแพลตฟอร์ม (Cross-platform) ระหว่างคอมพิวเตอร์และมือถือ รวมถึงมีระบบเล่นอัตโนมัติแบบออฟไลน์เพื่ออำนวยความสะดวก
”จุดเด่นที่ทำให้เกมยังคงได้รับความนิยมคือระบบการต่อสู้ทั้งแบบเดี่ยว (PvP) และแบบกลุ่ม (Clan) ส่วนระบบแชทในเกมจะถูกแปลเป็นภาษาถิ่นโดยอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยี NC AI ซึ่งจะแปลตามบริบทของเกมเพื่อให้ผู้เล่นสื่อสารกันได้เข้าใจแม้จะใช้คนละภาษาก็ตาม” แบ จองยอง กล่าวทิ้งท้าย
ในช่วงก่อนการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ ทางตัวเกมจะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถเข้าไปดำเนินการสร้างตัวละคร เลือกเซิร์ฟเวอร์ และเลือกคลาสอาชีพต่างๆ ล่วงหน้าได้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่โลกของ Lineage W พร้อมกับผู้เล่นคนอื่นๆ ในภูมิภาค โดยการบริหารจัดการต่อจากนี้จะเน้นการขับเคลื่อนผ่านช่องทางคอมมูนิตี้ทั้ง Facebook Group ของแต่ละประเทศ และ Discord เพื่อรับข้อมูลคำแนะนำจากผู้เล่นมาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
