ข่าว
NARIT เปิดกลยุทธ์ ASTRONOMY+ ยกระดับดาราศาสตร์ไทยสู่เทคโนโลยีขั้นสูงและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) หรือ NARIT ประกาศเดินหน้ากรอบยุทธศาสตร์ใหม่ภายใต้แนวคิด ASTRONOMY+ มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ด้านดาราศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมขั้นสูงมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาและรับใช้สังคมไทยในหลากหลายมิติ โดยครอบคลุมทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ การจัดการวิกฤตสิ่งแวดล้อมอย่าง PM2.5 และการเตรียมส่งอุปกรณ์ฝีมือคนไทยไปโคจรรอบดวงจันทร์ภายในปี 2569 เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางด้วยฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ดร. วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานในงาน NARIT OPEN TALK 2026 ว่าขณะนี้หน่วยงานกำลังขับเคลื่อนภารกิจผ่าน 5 ประเด็นหลัก เริ่มจากการยกระดับงานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) เพื่อผลักดันนักวิจัยไทยสู่เครือข่ายระดับโลก และการใช้ดาราศาสตร์เชื่อมโยงกับภูมิปัญญาบรรพชน (Ancestral Wisdom) ในการวิเคราะห์โบราณสถานและมรดกทางวัฒนธรรมด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำ
ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและวิศวกรรมขั้นสูง (Advanced Technology Development) มีผลงานสำคัญที่น่าจับตามองคือ Thai Payload ภายใต้ชื่อ CE’7 MATCH ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอวกาศที่พัฒนาโดยคนไทย และมีกำหนดจะส่งไปโคจรรอบดวงจันทร์ร่วมกับยาน Chang’E-7 ของจีนในเดือนสิงหาคม 2569 นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาต้นแบบกล้องตรวจจับโดรนจากเทคโนโลยีติดตามวัตถุนอกโลก และกล้องโทรทรรศน์ขนาด 0.8 เมตร ที่ผลิตและประกอบขึ้นเองภายในประเทศโดยวิศวกรไทยเพื่อต่อยอดสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์
สำหรับการยกระดับคุณภาพชีวิตและเฝ้าระวังภัยพิบัติ สดร. ได้ใช้เครื่องมือดาราศาสตร์ศึกษาต้นตอของฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ผ่านอุปกรณ์ ACSM (Aerosol Chemical Speciation Monitor) เพื่อเก็บข้อมูลทางเคมีของอากาศแบบเรียลไทม์ พร้อมนำร่องใช้โดรนเก็บข้อมูลในระดับความสูงต่างๆ เพื่อส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานท้องถิ่นใช้ตัดสินใจเชิงนโยบาย รวมถึงการพัฒนาระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวผ่านเทคโนโลยี IoT และระบบดาวเทียม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสาธารณภัยให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ดร. วิภู กล่าวเพิ่มเติมว่า “ASTRONOMY+ ไม่ใช่เพียงกรอบแนวคิด แต่คือพันธกิจที่มุ่งนำงานวิจัยและเทคโนโลยีดาราศาสตร์มาตอบโจทย์สังคมไทย ทั้งในด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความปลอดภัย รวมถึงการสร้างโอกาสเชิงเศรษฐกิจผ่านการสร้างสตาร์ทอัพด้านอวกาศ และโครงการ Amazing Dark Sky in Thailand ที่จะช่วยหนุนการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน”
ยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังมุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนในสายงานวิศวกรรมขั้นสูง เพื่อสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่รองรับนวัตกรรมใหม่ๆ โดย NARIT มีเป้าหมายในการสร้างนักวิจัยและวิศวกรรุ่นใหม่ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ผ่านความร่วมมือกับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายนานาชาติ เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของดาราศาสตร์จากการศึกษาดวงดาวเพียงอย่างเดียว ให้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างอนาคตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย
