Connect with us

ข่าว

Meta ขยาย ‘บัญชีสำหรับเยาวชน’ สู่ Facebook และ Messenger ในไทย พร้อมยกระดับความปลอดภัยวัยรุ่นบน Instagram ด้วยมาตรฐานเรต PG-13

Published

on

Meta ประกาศขยายบัญชีสำหรับเยาวชน (Teen Accounts) สู่ Facebook และ Messenger ในประเทศไทย พร้อมยกระดับความปลอดภัยบน Instagram ด้วยมาตรฐาน PG-13 สำหรับผู้ใช้ที่มีอายุ 13-17 ปี โดยอัตโนมัติ เน้นการป้องกันและควบคุมเนื้อหาที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยออนไลน์ของวัยรุ่น

สำนักข่าวบริคอินโฟ – Meta (เมตา) ได้ขยายการใช้งาน บัญชีสำหรับเยาวชน (Teen Accounts) ซึ่งเป็นฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่เปิดตัวมาแล้วหนึ่งปี ให้ครอบคลุมแอปพลิเคชัน Facebook (เฟซบุ๊ก) และ Messenger (เมสเซนเจอร์) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ได้เริ่มปรับใช้ทั่วโลกบน Instagram (อินสตาแกรม) มาก่อนหน้านี้ การขยายฟีเจอร์ดังกล่าวมาพร้อมกับการจัดงาน Smart Screen Thailand ที่เน้นการสนับสนุนผู้ปกครองให้สามารถดูแลบุตรหลานในการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ Meta ยังได้ประกาศยกระดับการตั้งค่าเริ่มต้นสำหรับบัญชีวัยรุ่นบน Instagram ให้สอดคล้องกับมาตรฐานเรตภาพยนตร์ PG-13 เพื่อจำกัดเนื้อหาที่เยาวชนสามารถเห็นได้

บัญชีสำหรับเยาวชน ถูกออกแบบมาพร้อมระบบตั้งค่าความปลอดภัยในตัว โดยจะจำกัดผู้ที่สามารถติดต่อกับวัยรุ่น รวมถึงควบคุมเนื้อหาที่เหมาะสมและช่วยให้การใช้เวลาบนแอปพลิเคชันเกิดประโยชน์ Meta จะจัดให้ผู้ใช้ที่มีอายุระหว่าง 13-17 ปี เข้าสู่การใช้ บัญชีสำหรับเยาวชน โดยอัตโนมัติ สำหรับผู้ใช้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปี การปรับการตั้งค่าบัญชีให้ผ่อนปรนความเข้มงวดลงจะต้องได้รับอนุญาตจากพ่อแม่หรือผู้ปกครองเท่านั้น นับตั้งแต่เปิดตัวบัญชีเยาวชนบน Instagram ปีที่ผ่านมา พบว่ากว่า 97% ของบัญชีวัยรุ่นอายุ 13–15 ปี ยังคงใช้การตั้งค่าเริ่มต้นนี้ และผู้ปกครองที่ตอบแบบสำรวจเกือบทั้งหมด (94%) ระบุว่าฟีเจอร์นี้มีประโยชน์ต่อการดูแลบุตรหลาน ในประเทศไทย Meta ได้เริ่มทยอยนำผู้ใช้เยาวชนที่เพิ่งเริ่มใช้งานแอป รวมถึงผู้ที่ใช้งาน Facebook และ Messenger อยู่แล้ว เข้าสู่โหมดการใช้ บัญชีสำหรับเยาวชน แล้ว

นอกจากการขยายการใช้งานไปยัง Facebook และ Messenger ในไทยแล้ว Meta ยังประกาศว่า Instagram กำลังปรับรูปแบบ บัญชีสำหรับเยาวชน ให้สอดคล้องกับมาตรฐานเรตภาพยนตร์ PG-13 ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปีจะถูกจัดให้อยู่ในการตั้งค่าแบบ 13+ ฉบับอัปเดตโดยอัตโนมัติ และจะไม่สามารถออกจากการตั้งค่านี้ได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง การเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่มทยอยเปิดใช้งานบัญชีวัยรุ่นในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา และออสเตรเลียก่อนภายในสิ้นปีนี้ และมีแผนที่จะขยายไปทั่วโลกในอนาคต

คุณมาลีนา เอนลุนด์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายความปลอดภัย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Meta กล่าวถึงการขยายมาตรการนี้ว่า: “เยาวชนหลายร้อยล้านคนทั่วโลกได้ใช้งานฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยของ Meta แล้ว และในวันนี้เรายินดีที่จะประกาศการขยายการใช้งาน บัญชีสำหรับเยาวชน ไปยัง Facebook และ Messenger ในประเทศไทย เราตระหนักดีว่าผู้ปกครองต้องการความมั่นใจต่อการใช้เวลาออนไลน์ของบุตรหลาน และ บัญชีสำหรับเยาวชน จาก Meta ได้พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเหล่านั้นด้วยมาตรการป้องกันที่เหมาะสม”

Advertisement

การประกาศขยายฟีเจอร์นี้เกิดขึ้นภายในงาน Smart Screen Thailand ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจระดับโลกของ Meta ที่มุ่งสนับสนุนผู้ปกครองให้สามารถพูดคุยกับครอบครัวเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย โดยมีผู้ร่วมเสวนาจากหลายภาคส่วน อาทิ นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร, นางสาวจันทกานต์ ทองโกมุท คณะทำงานสำนักเลขาธิการ กลุ่มกฎหมายและรับเรื่องร้องเรียน สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย และ อิลยา สมิร์นอฝฝ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิสายเด็ก 1387 โดยผู้ร่วมเสวนาได้เน้นย้ำความสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัย

นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ในยุคดิจิทัลนี้ การใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดและมีความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเยาวชนและครอบครัวทุกคน กรุงเทพมหานคร พร้อมสนับสนุนการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์บนโลกออนไลน์” ด้าน อิลยา สมิร์นอฝฝ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิสายเด็ก 1387 กล่าวเสริมว่า “ความปลอดภัยออนไลน์ก็ไม่ต่างจากความปลอดภัยในด้านอื่น ๆ คือต้องเริ่มต้นจากการตระหนักรู้ของผู้ปกครอง โรงเรียน แพลตฟอร์ม และทุกคนในสังคม การปกป้องเด็กไม่ใช่เพียงการลดความเสี่ยงเท่านั้น แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่ามีคนรับฟังพวกเขาอย่างเข้าใจ และปลอดภัยอย่างแท้จริง”

มาลีนา เอนลุนด์ ผู้จัดการฝ่ายนโยบายความปลอดภัยประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ที่สองจากซ้าย) นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร (ที่สี่จากซ้าย) พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผู้กำกับกลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท.บช.สอท. (ที่สี่จากขวา) ดร.รัชดา ไชยคุปต์ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ที่สามจากขวา) นายชนินทร์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ผู้อํานวยการกองเทคโนโลยีการศึกษา สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารสำนักการศึกษา (ที่สามจากซ้าย) อิลยา สมิร์นอฝฝ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิสายเด็ก 1387 (ขวาสุด) นางสาวจันทกานต์ ทองโกมุท คณะทำงานสำนักเลขาธิการ กลุ่มกฎหมายและรับเรื่องร้องเรียน สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย (ที่สองจากขวา) และขวัญชนก เรืองขำ ผู้จัดการฝ่ายพันธมิตรสัมพันธ์ภาครัฐและสังคมประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ซ้ายสุด)
Continue Reading
Advertisement