การเมือง
อนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ชู 4 ด้านหลัก สรุปแผนงานเร่งด่วน พร้อมตั้งเป้ายุบสภาใน 4 เดือน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ถึงความคืบหน้าการเตรียมร่างนโยบายรัฐบาลเพื่อนำแถลงต่อรัฐสภา โดยระบุว่าที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบในร่างนโยบายดังกล่าว ซึ่งเน้นการแก้ไขปัญหาใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ, ความมั่นคง, ภัยพิบัติ และสังคม พร้อมทั้งปรับกรอบการทำงานของทุกหน่วยงานให้กระชับและรวดเร็วยิ่งขึ้น

รัฐบาลมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจด้วยการลดค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพของประชาชนผ่านโครงการ “คนละครึ่ง” รวมถึงการลดค่าเดินทาง ค่าขนส่ง และค่าพลังงาน พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึง พลังงานทดแทน ได้ง่ายขึ้น ในด้านความมั่นคง กรณีพิพาท ไทย-กัมพูชา จะมีการดำเนินมาตรการทางการทูตควบคู่ไปกับมาตรการทางทหารเพื่อรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ
สำหรับปัญหาภัยพิบัติและภัยธรรมชาติ รัฐบาลจะเร่งพัฒนาระบบเตือนภัยและปรับปรุงมาตรการช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ โดยจะมีการแก้ไขกฎระเบียบเพื่อลดความซ้ำซ้อนในขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะเดียวกันจะดำเนินมาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด ในส่วนของปัญหาภัยสังคม รัฐบาลจะดำเนินการปราบปราม ขบวนการค้ายาเสพติด และ การพนันออนไลน์ อย่างจริงจัง รวมถึงการสืบสวนและดำเนินคดีกับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ สแกมเมอร์ ที่สร้างความเสียหายแก่ประชาชนเป็นวงกว้าง พร้อมทั้งจะเอาผิดทางวินัยและกฎหมายกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่อย่างเด็ดขาด

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลจะไม่สนับสนุนธุรกิจการพนันทุกรูปแบบ รวมถึงคาสิโน และจะไม่มีการอนุญาตให้การพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย “รัฐบาลยืนยันไม่สนับสนุนธุรกิจการพนันทุกรูปแบบ ไม่มีเอนเตอร์เทนเมนต์แบบมีกาสิโน และไม่อนุญาตให้การพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะ ราคาข้าว และ ราคามันสำปะหลัง ด้วยการออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต เช่น ราคาปุ๋ย และป้องกันการลักลอบนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมทั้งผลักดัน เกษตรอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตให้แก่เกษตรกร

นายอนุทินกล่าวเพิ่มเติมถึงแผนการปฏิรูประบบสาธารณสุขและการศึกษา เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการบริการได้อย่างทั่วถึงและสะดวก รวมถึงการเตรียมความพร้อมของประเทศเข้าสู่ สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก นอกจากนี้ รัฐบาลมีแผนจะจัดให้มีการ ทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า โดยนายกรัฐมนตรีตั้งเป้าจะยุบสภาภายใน 4 เดือนหลังจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในเดือนมกราคม 2569 เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้งภายในเดือนมีนาคมหรืออย่างช้าที่สุดต้นเดือนเมษายน 2569
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ทำหนังสือกราบเรียนประธานรัฐสภา เพื่อขอแถลงนโยบายระหว่างวันที่ 28–30 กันยายน 2568 พร้อมกันนี้ได้กำหนดแนวทางการประชุม ครม. และปรับกรอบการทำงานของทุกหน่วยงานให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยย้ำว่า ครม. พร้อมทำงานตลอด 7 วัน และอาจมีการประชุมมากกว่าสัปดาห์ละครั้ง เพื่อเร่งแก้ปัญหาของประเทศให้ทันท่วงที “คณะรัฐมนตรีพร้อมที่จะมุ่งมั่น ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญาอย่างเต็มที่ เพื่อปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินอย่างดีที่สุด เพื่อตอบสนองประโยชน์สุขให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป” นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย
