ข่าว
ตำรวจนำตัวสองผู้ต้องหาชาวไทใหญ่ ลักคัสซีรถบรรทุก มูลค่า6แสนบาท ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ อ้างตกงาน ไม่มีคนจ้าง..!
ตำรวจนำตัวสองผู้ต้องหาชาวไทใหญ่ ผู้รับเหมาก่อสร้างตกอับ ชวนคู่หูลักคัสซีรถบรรทุก มูลค่า6แสนบาท นำไปขายต่อร้านรับซื้อของเก่าได้เงิน5,000บาท ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ อ้างตกงาน ไม่มีคนจ้าง..!
เมื่อวันที่22พ.ค.67 โดย พ.ต.อ.ภูชิชย์ ตรียัมปราย ผกก.สภ.เขลางค์นคร พ.ต.ท.ธรรมปพน เสนาธรรม รอง.ผกก.สส.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้นำตัวนายจายแสง อายุ34ปี มีอาชีพรับเหมาก่ิอสร้าง และนายปี อายุ23ปี ทั้งสองคนเป็นชาวไทใหญ่ พร้อมรถยนต์กระบะ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณโรงงานซ่อมบรรทุกรถเก่า ที่ปล่อยล้างมานาน ใกล้กับร้านอาหารแพโยนก ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ภายหลังจากเมื่อเวลาตีสอง ของคืนวันที่9พ.ค.67ที่ผ่านมา ทั้งสองคนได้ขับรถกระบะ เตรียมอุปกรณ์ใช้สำหรับตัดเหล็กมีถังแก๊ส ถังลม หัวตัดเหล็ก เข้าไปก่อเหตุตัดเอาคัสซีรถบรรทุกรถสิบล้อ ที่เจ้าของเก็บไว้ใกล้กับโรงซ่อมรถบรรทุกเก่า ในที่ดินของเจ้าของ ขณะที่ทั้งสองคนกำลังก่อเหตุ ทางเจ้าของได้จ้างคนมาเฝ้าคอยจับผิดหัวขโมย เนื่องจากที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายเข้าไปก่อเหตุลักตัดคัสซีรถบรรทุก จนหมดเหลือเพียงอันเดียว จึงได้วางแผนจ้างคนมาแอบนอนเฝ้าในช่วงกลางคืน เมื่อเห็นคนร้ายทั้งสองคนขับรถกระบะเข้ามาในพื้นที่ ได้ช่วยกันตัดคัสซี จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบจับกุมตัว แต่เมื่อทั้งสองคนเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พากันวิ่งหลบหนี ทิ้งของกลางรถยนต์กระบะ อุปกรณ์ตัดเหล็กไว้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ทำการตรวจยึดของกลาง พร้อมทั้งได้มีการขยายผลตรวจสอบเจ้าของรถจากทะเบียนรถ พบว่าเป็นคนเชียงใหม่ รถมีการซื้อต่อกันหลายทอด แต่ยังไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธ์ จนในที่สุดทราบเจ้าของรถคนสุดท้าย เป็นชาวไทใหญ่ อ้างว่า น้องชายชื่อนายจายแสง ได้ยืมไปใช้ และเช่าห้องพักในลำปางกับครอบครับ และไม่ทราบว่าน้องชายได้เช่าห้องพักอยู่ที่ไหน แต่ทราบเพียงว่าภรรยาของนายจายแสง ขายของออนไลน์ จนในที่สุดเจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่านายจายแสง ได้เช่าห้องพักกับภรรยา หลังตลาดสดบ้านปงวัง ต.พิชัย อ.เมืองลำปาง จึงนำกำลังติดตามพบนายจายแสง จึงได้สอบถามในที่สุด นายจายแสง เปิดปากรับสารภาพว่าได้ร่วมกับเพื่อนชื่อนายปี ได้เข้าไปก่อเหตุลักตัดเอาคัสซีรถบรทุกสิบล้อ จำนวน3ครั้ง จะเลือกเวลาก่อเหตุในช่วงดึก เนื่องจากปลอดคนและอากาศไม่ร้อน หลังจากได้เหล็กแล้วก็จะนำไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่า ในตัวเมืองลำปาง ราคากิโลกรัมละ8บาท ทำมาแล้วรวม3ครั้ง รวมเงินได้มาประมาณ5000บาท ที่ทำลงไปเพราะไม่มีงานรับเหมา จึงหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว

นายสมศักดิ์ อายุ70ปี ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานซ่อมรถบรรทุก เล่าว่า เดิมทีบริเวณดังกล่าวเป็นโรงซ่อมรถบรรทุกสิบล้อ แต่ไม่ได้ทำนานแล้ว เหล็กคัสซีรถบรรทุกสิบล้อ มีทั้งหมด3อัน กระบะรถบรรทุกสิบล้อ อีกหนึ่งอัน ที่คนร้ายลักไป เป็นรถที่เกิดอุบัติเหตุคดีความยังไม่แล้วเสร็จ จึงทิ้งไว้โดยไม่มีคนเฝ้า จนเมื่อวันที่8พ.ค.67ได้มาดูโรงงาน พบว่า คนร้ายลักคัสซีรถไปสองอัน เหลือเพียงอันเดียว มีร่องลอยตัดคัสซีไปบางส่วน คิดว่าคนร้ายจะกลับมาก่อเหตุอีก จึงได้จ้างคนมาแอบนอนดักเฝ้าคนร้าย และคืนวันที่9พ.ค. คนร้ายมาก่อเหตุจริงจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าจับกุมตัว แต่คนร้ายได้วิ่งหลบหนีไป ซึ่งมูลค่า เหล็กคัสซีรถทั้งหมด3อัน ตีเป็นเงินประมาณ6แสนบาท
ส่วนผู้ต้องหาทั้งสองคน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนปากคำเพิ่มเติม แจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัะย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นในการจับกุมหรือรับของโจรนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ. เขลางค์นครเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
