ข่าว
วัดใหญ่ท่าเสา ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์แหล่งประวัติศาสตร์ของมุมเหนือ
ผู้สื่อข่าว : ณัฐวัฒน์ ราชประสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวอุตรดิตถ์
วัดใหญ่ท่าเสา ตั้งอยู่ที่ถนนสำราญรื่น ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นวัดโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีโบราณสถานและปูชนียวัตถุมากมาย ปัจจุบันวัดใหญ่ท่าเสาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 114 ลงวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2540 วัดใหญ่ท่าเสา ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟท่าเสา สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นมาพร้อมกับชุมชนท่าเสาในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้คนในชุมชนมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ทั้งชาวไทย ชาวจีน ชาวไทยวน และชาวลาว วัดใหญ่ท่าเสา เป็นโบราณสถานสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย สถาปัตยกรรมลักษณะโครงสร้างของตัวอาคาร ภายในวัดที่เราสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน คือ หอไตรของวัดใหญ่ท่าเสาใช้เป็นที่เก็บรวบรวมพระไตรปิฎกและเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคำสอนทางพระพุทธศาสนา เป็นศิลปะอยุธยาตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑-๒๓ ตัวอาคารเป็นเรือนไม้ยกพื้นเสาปูน หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินขอ เชิงชายแกะสลักรูปลายกรวยเชิงและที่สำคัญไม่มีบันไดทางขึ้น

เนื่องจากเป็นการป้องกันความเสียหายจากการถูกขโมย หน้าบันเป็นไม้แกะสลักประดับกระจก หน้าบันฝั่งทิศตะวันออกเป็นรูปหน้ากาลล้อมรอบไปด้วยเทวดาและพันธุ์พฤกษา ด้านบนสุดของหน้าบันแกะสลักเป็นรูปครุฑยุดนาค หน้าบันฝั่งทิศตะวันตกเป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านขด ด้านล่างรองรับด้วยกระจังใบเทศ ตัวหน้าบันมีลวดลายที่ยังครบถ้วนสมบูรณ์ เสาที่รองรับตัวอาคารประดับด้วยรูปบัวหัวเสาที่มีความเรียวเป็นใบหอกภายในวัดมีโบราณสถานที่น่าสนใจ อาทิ โบสถ์ ขนาดเล็กมีบานประตูไม้แกะสลัก เป็นสถาปัตยกรรมแบบสมัยอยุธยาตอนปลายหอไตร เป็นไม้ยกพื้น เสาเป็นปูน หลังคามุงกระเบื้อง หน้าบันเป็นไม้แกะสลักรูปหน้ากาล รูปเทวดา ด้านบนสุดเป็นรูปครุฑยุดนาค พิพิธภัณฑ์วัดใหญ่ท่าเสา ตั้งอยู่ชั้น 2 ภายในกุฏิเจ้าอาวาสวัดใหญ่ท่าเสาเป็นอาคารขนาดใหญ่ จัดแสดงโบราณวัตถุที่พบในบริเวณวัดใหญ่ท่าเสา มีโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ ได้แก่ ยานมาศไม้แกะสลัก สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ สันนิษฐานว่าเป็นยานมาศสำหรับแห่พระ เป็นยานมาศที่สูงมาก หลังคานมีตัวนาค ฐานเป็นสิงห์สองชั้น แล้วเป็นที่นั่ง มีไม้แกะเป็นรูปบัวกระจังลอยตัวอยู่ทั้ง 4 มุม ด้านหลังพนักพิงเป็นรูปกลีบบัวลอยตัวขึ้นมาซ้อนกัน 2 กลีบ ตามผิวไม้พบร่องรอยการลงรักปิดทอง ยานมาศนี้เชื่อกันว่าเป็นยานมาศที่พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาอุทิศถวายบูชาพระมหาธาตุเมืองฝาง และอาจใช้เป็นยานมาศประจำตัวพระสังฆราชาเมืองสวางคบุรี (เมืองฝาง) ก็เป็นได้

เพราะที่มาของยานมาศนี้สันนิษฐานว่า นำมาจากวัดพระฝางสวางคบุรีมุนีนาถในราวสมัยรัชกาลที่ 4 ธรรมาสน์เทศน์ เป็นธรรมาสน์ไม้แกะสลัก ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ส่วนบนหรือหลังคาธรรมาสน์เป็นทรงมณฑปยอดปราสาท ส่วนล่างประดับด้วยไม้แกะสลักรูปยักษ์แบก มีบันไดนาคเป็นทางขึ้นธรรมาสน์ ตัวธรรมาสน์แวดล้อมไปด้วยไม้แกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่าง เช่น ช้างและกวาง เป็นต้นพระแผง เป็นพระพุทธรูปขนาดเล็กที่ทำด้วยครั่ง นำมาติดเรียงกันบนแผงหรือแผ่นไม้แกะสลัก พิพิธภัณฑ์เก็บรักษาและจัดแสดงพระแผงทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก มากกว่า 10 แผง ส่วนบนเป็นกรอบหรือซุ้มรูปแบบต่างๆ เช่น รูปพญานาค ลายกนก และลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ส่วนฐานหรือด้านล่างมีการแกะสลักเป็นรูปหรือลวดลายต่างๆ เช่น รูปเทวดาร่ายรำ รูปยักษ์แบก รูปหม้อน้ำและรูปแจกัน เป็นต้นตู้และหีบพระธรรม มีกว่า 10 หลัง แต่ละหลังเขียนลายรดน้ำปิดทอง และปิดทองล่องชาด ศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น แสดงเรื่องราวพุทธประวัติ รามเกียรติ์ ป่าหิมพานต์และรูปทวารบาลนอกจากนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีพระพุทธรูปไม้แกะสลักจำนวนมาก เนื่องจากการสร้างพระพุทธไม้หรือพระเจ้าไม้ เป็นวัฒนธรรมที่นิยมของชาวล้านนาและล้านช้าง จึงทำให้ที่วัดนี้มีพระพุทธรูปไม้แกะสลักฝีมือช่างท้องถิ่นจำนวนมาก นอกจากนี้มีพระพุทธรูปขนาดเล็กที่ทำด้วยครั่ง ฆ้องและระฆังเก่า ใบเสมาหินชนวน ไม้แกะสลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เครื่องสังคโลก เครื่องถ้วยลายคราม และภาชนะทองเหลือง บริเวณหน้าวัดมีรูปปั้นพระยาพิชัยดาบหักตอนชกมวย ตั้งตระหง่านอยู่ ในทุกๆปีจะมีพิธีไหว้ครูมวยพระยาพิชัยดาบหัก สายท่าเสา โดยดร.สมพร แสงชัย ปรมาจารย์ครูมวยพระยาพิชัย สายท่าเสา ปัจจุบันเจ้าอาวาสวัดใหญ่ท่าเสาคือ พระครูปลัดอนุชิต อธิปัญโญ ผู้ช่วยเจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์


