ข่าว
ขบวนแห่โคหลู่ ในงานบุญปอยส่างลองจังหวัดแม่ฮ่องสอน นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมขบวนเป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าว : วิรัตน์ นันทะพรพิบูลย์ ผู้สื่อข่าวแม่ฮ่องสอน
วันนี้ (4 เมษายน 2566) เวลา 07.45 น. ที่วัดปางล้อ ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมแห่ขบวนแห่โคหลู่ ในงานบุญปอยส่างลองจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อช่วยกันแบกหามเครื่องอัฐบริขาร เครื่องไทยธรรมทั้งเล็กและใหญ่ โดยมีขบวนมีความสวยงามตามแบบประเพณีโบราณของชาวไทใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นจำนวนมาก โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้มีจิตมีจิตศรัทธาชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน และนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมขบวน

สำหรับการจัดประเพณีขบวนแห่งานบุญปอยส่างลองในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 5 เมษายน ที่วัดปางล้อ ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงวัฒนธรรม กรมการศาสนา คณะสงฆ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาน ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมและความเป็นไทย ประจำปี 2566 เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2566

ในขบวนแห่โคหลู่ มีเครื่องอัฐบริขารที่ใช้ในการบรรพชาและเครื่องไทยธรรม ได้แก่ ปุ๊กข้าวแตกเป็นข้าวตอกห่อด้วยกระดาษสา ผูกติดกับธงสามเหลี่ยมที่เรียกว่า “จ๊ากจ่า” ใช้แทนดอกไม้สำหรับแจกให้ผู้ไปร่วมงานบรรพชาไหว้พระ ปุ๊กข้าวแตกมีจำนวนเท่ากับส่างลองหรือสามเณรที่มาบรรพชา มีเทียนเงิน เทียนทอง เป็นเครื่องบูชาส่างลองสำหรับถวายแด่พระอุปัชญาย์ พุ่มเงิน พุ่มทอง สำหรับส่างลองถวายพระพุทธและประดับขบวน อูต่อง ปานต่อง คือกรวยหมากพลู และกรวยดอกไม้ หม้อน้ำต่า คือหม้อดินห่อผ้าขาวใส่ใบไม้ 9 ชนิด จัดไว้เพื่อความร่มเย็น และเป็นสิริมงคล ขบวนกลองมองเซิงใช้บรรเลงประกอบขบวนทำให้เกิดความไพเราะรื่นเริงในขบวนเครื่องแห่โคหลู่

ประเพณีปอยส่างลอง หรือการบรรพชาสามเณรหมู่ในช่วงฤดูร้อน เป็นหนึ่งในงานประจำปีของชาวไทใหญ่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดขึ้นปีละ 1 ครั้งทุกปี ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงว่างเว้นจากการทำนา อาหารอุดมสมบูรณ์ และเป็นช่วงที่เด็กๆ เยาวชนปิดเทอม ได้ศึกษาเรียนรู้พระธรรม รวมทั้งได้เจริญจิตภาวนา และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ตามความเชื่อของชาวไทใหญ่ การได้บวชส่างลองจะได้รับอานิสงส์ผลบุญสูงสุด จึงได้ยึดถือปฏิบัติและสืบทอดต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน การบวชส่างลองของชาวไทใหญ่ มีความแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับการบวชสามเณรในที่อื่นๆ โดยชาวไทใหญ่ถือว่า ส่างลองนั้นเปรียบประดุจดังเทพยาดา ที่มาปกปักรักษาทำให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข ยิ่งถ้าปีนั้นมีส่างลองมากเท่าใด ถือได้ว่าความผาสุกมาบังเกิดขึ้นในหมู่บ้านมากเท่านั้น
