ข่าว
เอเอ็มดีชี้ปัญญาประดิษฐ์สเกลใหญ่เปลี่ยนบทบาทดาต้าเซ็นเตอร์ เน้นย้ำประสิทธิภาพพลังงานคือโจทย์หลัก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – การเติบโตของการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับสเกลใหญ่ กำลังเปลี่ยนบทบาทของดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) จากระบบจัดเก็บข้อมูลแบบดั้งเดิมไปสู่โครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ เพื่อรองรับเวิร์กโหลด AI การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง และการประมวลผลแบบเรียลไทม์ ทำให้องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องปรับปรุงสถาปัตยกรรมระบบเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน
Alexey Navolokin ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ของ AMD (Advanced Micro Devices) ระบุว่า การขยายตัวของ AI ผลักดันให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานต้องปรับตัวสู่รูปแบบไฮบริดที่มีความยืดหยุ่นและรองรับการขยายตัว (Scalability) โดยความท้าทายสำคัญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผล แต่ยังครอบคลุมถึงการจัดการพลังงาน การระบายความร้อน และการจัดสรรทรัพยากรระบบให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและความยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานของดาต้าเซ็นเตอร์จำเป็นต้องควบคุมสมดุลระหว่างสมรรถนะการประมวลผลและการใช้พลังงาน เพื่อให้สามารถรองรับโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่ซับซ้อน เช่น Generative AI, Agentic AI ตลอดจนการประมวลผลสมรรถนะสูง (High-Performance Computing: HPC)
สำหรับการรองรับเวิร์กโหลดดังกล่าว ผู้พัฒนาเทคโนโลยีอย่าง AMD ได้นำเสนอโครงสร้างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อรองรับระบบประมวลผล ได้แก่ โปรเซสเซอร์ตระกูล AMD EPYC สำหรับระบบคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์, ตัวเร่งการประมวลผล AMD Instinct สำหรับเวิร์กโหลด AI, ระบบประมวลผลข้อมูลเครือข่าย AMD Pensando และการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์แบบเปิดอย่าง AMD ROCm เพื่อช่วยให้การขยายระบบดาต้าเซ็นเตอร์มีความคล่องตัวและลดข้อจำกัดในการผูกขาดกับระบบปิดของผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง
