Connect with us

การเมือง

รัฐบาลตั้งศูนย์ JICC สื่อสารสถานการณ์น้ำ ชี้ฝนสะสม กทม. สูงสุดรอบ 43 ปี แต่ 4 เขื่อนหลักยังรองรับน้ำได้ ยันไม่ซ้ำรอยปี 54

Published

on

นายกฯ อนุทิน เตรียมนำคณะเยือนสหรัฐฯ ร่วมการประชุม UNGA81 พร้อมเดินสายโรดโชว์ตลาดทุนไทยที่อังกฤษและญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายน 2569

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลจัดตั้ง ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม หรือ JICC เพื่อบูรณาการข้อมูลกลางและสื่อสารสู่สาธารณะอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมชี้แจงสถานการณ์ น้ำท่วม ยืนยันไม่ซ้ำรอยวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เนื่องจาก 4 เขื่อนหลักยังสามารถรองรับน้ำได้มากกว่า 7,000 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยปัญหาหลักในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลขณะนี้เกิดจากสภาพอากาศสุดขั้วที่มีปริมาณฝนสะสมสูงสุดในรอบ 43 ปี ทั้งนี้คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายภายใน 2-3 วัน หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (Joint Information and Communication Center: JICC) เพื่อทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลกลางที่ถูกต้องและแม่นยำ ลดความสับสนของประชาชน โดยมีกำหนดการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการทุกวัน เวลา 10.00 น. ผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) และเพจไทยคู่ฟ้า เพื่อรายงานความคืบหน้าและการบริหารจัดการน้ำให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุถึงข้อกังวลเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมจะซ้ำรอยปี 2554 หรือไม่ โดยชี้แจงว่าในปี 2554 ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากพายุต่อเนื่อง 5 ลูก ส่งผลให้มวลน้ำเหนือมีปริมาณมากจนพื้นที่รับน้ำของเขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เต็มความจุ 100% จึงจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำลงสู่ภาคกลาง แตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบันที่เขื่อนหลักทั้ง 4 แห่ง ยังมีศักยภาพรองรับปริมาณน้ำได้อีกถึง 7,260 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เกิดจากสภาวะสภาพอากาศสุดขั้ว โดยมีฝนตกวนสะสมในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา วัดปริมาณฝนสะสมสูงสุดได้ 340 มิลลิเมตร คิดเป็นมวลน้ำ 248 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือเป็นปริมาณฝนตกสะสมที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2526 หรือในรอบ 43 ปี ทั้งนี้ รัฐบาลได้ประสานงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร เดินเครื่องระบบสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยอัตราการระบายเฉลี่ย 50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

Advertisement

ด้านข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่าหย่อมความกดอากาศต่ำได้เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกของประเทศไทย ทำให้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันตก ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัญจรในจุดที่มีระดับน้ำท่วมขังสูง ขณะเดียวกันหน่วยงานภาครัฐได้เตรียมพื้นที่รองรับสำหรับจอดรถและจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวไว้ช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดำเนินการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทันทีโดยไม่ต้องรอน้ำลดทั้งหมด

Continue Reading
Advertisement