Connect with us

ข่าว

ไม้สักทองหมดยุค มอดไม้ลำปางคืนชีพ ล่าประดู่แดงใกล้ค่ายรบพิเศษประตูผา

Published

on

ที่ผ่านมาไม้สักทองในจังหวัดลำปางถือว่ามีค่าเป็นที่นิยมในหมู่ที่ชื่นชอบไม้สัก มีการลักลอบตัดทำลายในป่าสงวน อุทยาน หัวไร่ปลายนา สร้างรายได้ให้ผุ้ที่อยู่ในวงการธุรกินไม้สักเถื่อนอย่างมหาศาลมาหลายสิบปี แต่ ณ วันนี้แทบไม่น่าเชื่อว่าไม้สักทองจะกลายเป็นไม้ที่แทบไม่มีราคาในวงการธุรกิจไมเถื่อน ไม้ที่มาแรงแซงโค้งคือไม้พยุงที่ขายกันแบบชั่งเป็นกิโลไปแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะมีทางภาคอีสาน แต่ปรากฏว่ามีไม้ชนิดหนึ่งทางภาคเหนือ ที่มีลักษณะคล้ายๆกันคือไม้ชิงชัน และไม้ประดูแดง

ดังนั้นปัจจุบันพื้นที่จังหวัดลำปางมีการซื้อขายไม้ประดู่จากเรือนเก่าอย่างเป็นล่ำเป็นสัน นอกจากนั้นยังมีขบวนการลักลอบตัดไม้ในป่าสงวน/อุทยานอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2566 เจ้าหน้าที่ป่าไม้ โดยนายเอกภาวิน เด็ดขาด เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงานและทหารจากหน่วยรบพิเศษประตูผา ได้ตรวจพบไม้ประดู่จำนวน 8 ท่อน (ขนาด 2 คนโอบอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี) บริเวณทางเข้าหมู่บ้านปงผักหละบ้านจำปุย หมู่ที่ 4 ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ ซึ่งตั้งอยู่เยื้องค่ายรบพิเศษประตูผา มาทางตัวเมืองลำปางประมาณ 500 เมตร มีปริมาตร 8.24 ลูกบาศก์เมตร มูลค่า 2.8 แสน บาท (ในราคาปกติของกรมป่าไม้ที่ประเมิน) นอกจากนั้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและป่าไม้ของ อ.งาว นำโดยนายสมจิตร จุลเจริญ นายอำเภองาว ได้อายัดไม้ประดู่จำนวนหนึ่งที่บรรทุกรถผ่านมาอย่างมีพิรุธ เพื่อตรวจสอบว่าต้นตอไม้มาจากไหน คุณลักษณะผ่านการใช้งานถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่..??
เรื่องนี้จากแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่นายหนึ่งกล่าวว่า ปัจจุบันขบวนการค้าไม้เนื้อแข็งพวกไม้ชิงชันและประดู่ ได้กลับมาอีกครั้งในนามกลุ่มมู่หลัน รวบรวมไม้เนื้อแข็งนี้ส่งออกไปประเทศจีน ซึ่งมีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับไม้สักทองในอดีต ถ้าไม้ขนาดสวยๆได้เกรดจะมีมูลค่าสูงถึง 300 บาท/กิโลกรัมเลยทีเดียว ทำให้ไม้เนื้อแข็งประเภทนี้เป็นที่ต้องการของพ่อค้าไม้ โดยเฉพาะในเขตป่าสงวนและอุทยานต่างๆ เพราะมีไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่ๆประเภทนี้มีอยู่จำนวนมาก เนื่องจากในอดีตไม้เนื้อแข็งไม่เป็นที่ต้องการของมอดไม้ เหตุผลเพราะราคาถูกและตัดยากไม่คุ้มกับการทำไม้ ไม้สักตัดง่ายกว่าเยอะและมีราคาสูงกว่าในขณะนั้น รายงานข่าวยังพูดถึงเรื่องที่ขบวนการมอดไม้ ได้ตั้งรางวัลสำหรับผู้ที่สามารถชี้เป้าว่ามีต้นประตู่ มะค่าฯลฯ ว่าอยู่จุดไหน ก็จะได้ค่าชี้เป้าต้นละ 2,000 – 3,000 บาท แล้วแต่ขนาด และให้ชาวบ้านทำการฆ่าต้นไม้ให้ตายยืนต้น ก่อนที่จะกลับมาลักลอบตัด โดยมีคนมีสีบางคนบางกลุ่มร่วมขบวนการ รอจังหวะขนย้ายออกไปขายต่างประเทศต่อไปทางชายแดนจังหวัดเชียงราย

ครับนี่เป็นข้อมูลพื้นๆที่คนข่าวอย่างพวกเราพอจะหามานำเสนอได้ ส่วนลึกๆกว่านี้ว่าจะมีเจ๊จากจังหวัดแพร่ เจ๊ในจังหวัดลำปาง กำนันชื่อดัง เจ้าหน้าที่คนไหน สีไหน ที่มีเอี่ยวด้วยอย่างไรนั้น ขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ทหาร / ตำรวจ / ป่าไม้ และฝ่ายปกครองโดย “นายชัชวาล ฉายะบุตร” ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เพราะจำได้ว่าเคยมีเหตุการณ์ เคยมีต้นไม้สักทองขนาดใหญ่ยืนต้น ข้างๆ ถนนสายลำปาง – งาว ช่วงประตูผา ถูกมอดไม้ตัด และในครั้งนั้น “นายสามารถ ลอยฟ้า” ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางขณะนั้น ได้ใช้อำนาจที่มีสืบสวนหาผู้กระทำผิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนที่จะมีคำสั่งย้ายคนมีสีหลายคนหลายสีแบบล้างบาง ทำให้มอดไม้ขยาดกันไปนานทีเดียว ฝากด้วยครับท่าน “ชัชวาล ฉายะบุตร” ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางคนปัจจุบัน เพราะดูแล้วความหวังก็คงมีแค่นี้ เพื่อรักษาป่าไม้ให้ลูกหลานคนลำปางเราคงอยู่สืบไป เพราะถ้าต้องรอผู้ว่าฯคนใหม่ ไม้ขนาดใหญ่คงหายไปอีกหลายต้น.

Continue Reading
Advertisement