ข่าวบันเทิง
รอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง “ผู้บ่าวไทบ้านอวสานอินดี้” เปิดตัวยิ่งใหญ่เซ็นทรัลขอนแก่น
เปิดตัวรอบปฐมทัศน์ภาพยนต์เรื่อง “ผู้บ่าวไทบ้าน อวสานอินดี้” ที่ยกทัพเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ โดยภายในงาน ได้รับเกียรติจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ท่าน ไกรสร กองฉลาด เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมทีมนักแสดง ธนฉัตร ตุลยฉัตร, ณภัสนันท์ วันดึก,สุริยันต์ มาลาค า,ธัญญรัตน์ บุตริน,ก่อกิต ล่าจ้อย,เบญจา ศรีทองสุข,บุญศรี ยินดี, น้องใหม่ เมืองชุมแพ,จิรายุ สูตรไชย, ทรงวุฒิ , พรกุนาชัยรัตน์ สุทธิประภา ,สุชาติ พุดจันทึก, ปริญญา เบ้าเพ็ชร และผู้กำกับ อุเทน ศรีริวิ คณะสื่อมวลชน ร่วมงานรอบปฐมทัศน์สื่อมวลชนภาพยนตร์เรื่อง “ผู้บ่าวไทบ้าน อวสานอินดี้” ทองคำ + ปราณี เมื่ออังคารวันที่ 13 มิถุนายน 2566 ที่ผ่าน ณ เซ็นทรัลขอนแก่น






บรรยากาศภายในงานเปิดตัวรอบปฐมทัศน์ภาพยนต์ “ผู้บ่าวไทบ้าน อวสานอินดี้” เนื่องแน่นไปด้วยเหล่าแฟนคลับ แขกผู้มาร่วมงาน สื่อมวลชนทุกแขนง บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครืน มีวงดนตรีมาร่วมโชว์ในงาน พิธีกรภายในได้กล่าวเปิดตัวนักแสดงนำพร้อมทั้งผู้กำกับขึ้นบนเวทีเพื่อพูดคุยถึงภาพยนต์ “ผู้บ่าวไทบ้าน อวสานอินดี้” นำทีมโดย ธนฉัตร ตุลยฉัตร , ณภัสนันท์ วันดึก , ธัญญรัตน์ บุตริน , อุเทน ศรีริวิ ผู้กำกับ และร่วมถ่ายภาพรวมกันบนเวที



เรื่องย่อ ผู้บ่าวไทบ้าน อวสานอินดี้ ทองคำ+ปราณี 3 ปีหลังจาก ปราณีหนี ไปทำงานกับแฟนชาวต่างชาติ ทองคำเฝ้ารอหวังว่าปราณี สาวไทบ้านคนรักจะกลับมา ด้วยความฝังใจที่สาวคนรักนั้นต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิดเพื่อไปทำงานหาเงิน ทองคำจึงรู้สึกต่อต้านไทบ้านที่หนีบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อไปทำงานหาเงินต่างถิ่นต่างแดน และยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากับแม่ใหญ่แดง แม่ของปราณี วันหนึ่งทองคำก็ได้พบกับ เพ็ญ สาวไทบ้านที่ได้ไปร่ำเรียนที่กรุงเทพจนจบปริญญาตรีกลับมา เพื่อนๆกลุ่มผู้บ่าวไทบ้านเห็นทองคำเหงาหงอยรอคอยปราณีจึงได้รวบรวมเงินไปซื้อวัวมาให้ทองคำเลี้ยงคลายเหงา และต่างพากันคะยั้นคะยอให้ทองคำนั้นจีบสาวเพ็ญ ความรักความสนุกแบบไทบ้านจึงเริ่มเกิดขึ้นอีกครั้ง

เข้าฉายแล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนต์


ความสำเร็จของภาพยนตร์ “ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้” ที่ผ่านมา “ผู้บ่าวไทบ้าน” ได้จุดประกายและสร้างปรากฏการณ์ “หนังอีสานยุคใหม่” ให้กับวงการภาพยนตร์ไทยในการเป็นหนังอีสานอินดี้เรื่องแรกๆ ที่ประสบความส าเร็จเกินคาดหนังสร้างชื่อจากการฉายในภาคอีสานด้วยรายได้ถล่มทลายจนเกิดกระแสเรียกร้องจากผู้ชมชาวกรุงเทพฯในโลกออนไลน์จนโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ซีเนเพล็กซ์และเอสเอฟซีเนม่าติดต่อให้มาเข้าฉายในที่สุดท าให้หลายคนวิเคราะห์ว่านี่คือกลยุทธของการฉายภาพยนตร์แบบ “ป่า
ล้อมเมือง” ที่ไม่ใช่แค่ดึงดูดผู้ชมชาวอีสานที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯแต่คนกรุงเองก็ยังให้ความสนใจไม่แพ้กัน นักวิจารณ์หนังนักวิจารณ์มองว่าความส าเร็จของ “ผู้บ่าวไทบ้าน” มาจากการรู้จักตลาดคนดูของตัวเองแล้วสื่อสารได้อย่างถูกต้องการเริ่มฉายจากภาคอีสานจึงท าให้หนังมีโอกาสแสดงศักยภาพและคนดูเองก็ได้แสดงให้เห็นว่านี่คือหนังที่พวกเขาอยากดูและสามารถนำามาเป็นข้อต่อรองกับโรงภาพยนตร์รายใหญ่ได้

