การเมือง
บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์เคาะเกณฑ์กำกับดูแลการใช้พลังงาน เตรียมใช้ Dashboard TH-DC คัดกรองพื้นที่ตั้ง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 2/2569 เดินหน้าวางกรอบกำกับดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการกำหนดหลักเกณฑ์การใช้ปริมาณพลังงาน พื้นที่ตั้งตามผังเมือง พร้อมเตรียมนำระบบ Dashboard TH-DC มาใช้ติดตามโครงการแบบเรียลไทม์ เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรไฟฟ้าและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
- วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหา เสนอคุมเข้มย้อนหลัง อุดช่องโหว่กฎหมาย และคัดกรองการลงทุน
- กทม. สั่งระงับออกใบอนุญาต Data Center แห่งใหม่ เร่งทบทวนข้อกฎหมายและผังเมือง ส่วนเคสใกล้ รพ.พระราม 9-รามคำแหง หากพบว่าผิด พร้อมดำเนินคดี
- รัฐบาลเคาะ 4 แนวทางคุมดาต้าเซ็นเตอร์ วางเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำผูกยุทธศาสตร์พลังงานสะอาด
การประชุมดังกล่าวมี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน พร้อมด้วยตัวแทนจากหลายภาคส่วน อาทิ บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ กระทรวงการคลัง โดยได้รับมอบหมายจาก ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ให้เข้าร่วมพิจารณาแนวทางเชิงนโยบายในครั้งนี้
ที่ประชุมได้พิจารณากำหนดนิยาม ประเภท และขนาดของศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center สำหรับการกำกับดูแล โดยมีข้อสรุปเบื้องต้นในการนำเกณฑ์ปริมาณการใช้พลังงานมาใช้กำกับดูแลขั้นตอนการขออนุญาต การลงทะเบียน การส่งรายงานประจำปี ตลอดจนแผนบริหารจัดการระบบและทรัพยากร ควบคู่กับการจัดตั้งกลไกพิจารณากลั่นกรองแบบรวมศูนย์ เพื่อให้การจัดสรรน้ำและไฟฟ้าเกิดประโยชน์สูงสุดและไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือชุมชนโดยรอบ
ด้าน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี ระบุถึงแนวทางการพัฒนาระบบ Dashboard TH-DC ว่า ระบบดังกล่าวจะทำหน้าที่ติดตามสถานะโครงการศูนย์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นคำขอ ผลการอนุมัติ ไปจนถึงการดำเนินงานจริง โดยแบ่งข้อมูลเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ข้อมูลรายละเอียดของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรง และชุดข้อมูลสำหรับคัดกรองความเหมาะสมของพื้นที่ตั้ง เพื่อประเมินผลกระทบในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน
ข้อมูลจากระบบเรียลไทม์นี้จะสนับสนุนการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ ในการวิเคราะห์และตัดสินใจกำหนดหลักเกณฑ์การกำกับดูแล ตลอดจนตรวจสอบการใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับนโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ โดยมุ่งเน้นการลงทุนที่คำนึงถึงความยั่งยืนด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และการยกระดับทักษะของบุคลากรภายในประเทศควบคู่กัน
