ข่าว
หญิงชาวจีนถูกปรับหลังเต้นและแต่งหน้าขณะขับรถ อ้างระบบ AI ขับขี่ได้ดีกว่าตนเอง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – หญิงชาวจีนรายหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งปรับและตัดคะแนนใบอนุญาตขับขี่ หลังมีพฤติกรรมใช้ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะในทางที่ผิด โดยเธอได้ปล่อยมือจากพวงมาลัยเพื่อ แต่งหน้าและเต้น ขณะรถกำลังวิ่งบนถนน ซึ่งเธอให้เหตุผลกับเจ้าหน้าที่ว่ามีความมั่นใจและเชื่อใจในระบบ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่าสามารถควบคุมรถได้ดีกว่าการขับขี่ด้วยฝีมือของตนเอง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากหญิงรายนี้ ซึ่งมีการระบุชื่อเพียงว่า “หลิน” (Lin) ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดีย เผยให้เห็นพฤติกรรมขณะที่เธอกำลังทำกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่การควบคุมรถ ทั้งการเสริมสวยและการเต้นไปตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนาน โดยปล่อยให้ระบบ ระบบขับขี่อัตโนมัติ (Automated Driving System) ทำหน้าที่แทนทั้งหมด พฤติกรรมดังกล่าวถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากผู้ที่รับชมวิดีโอ จนนำไปสู่การแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ
จากการรายงานของสื่อ เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ (South China Morning Post) หรือ SCMP ระบุว่า เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าสอบถาม หลินยอมรับว่าเธอไม่ได้จับพวงมาลัยจริง แต่ยืนยันว่ายังมีสมาธิจดจ่อกับการขับขี่อยู่ โดยเธอกล่าวว่า “แม้ว่ามือของฉันจะทำอย่างอื่น แต่ฉันยังคงคิดเรื่องการขับรถอยู่ ที่ฉันไม่ได้กังวลเพราะฉันเชื่อมั่นในระบบการขับขี่อัจฉริยะมาก ในฐานะคนขับที่เป็นผู้หญิง ฉันคิดว่าระบบมันขับได้ดีกว่าตัวฉันเองเสียอีก”
อย่างไรก็ตาม ข้ออ้างดังกล่าวไม่เป็นผลในทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสั่งปรับเงินจำนวน 200 หยวน (200 Yuan) พร้อมตัดคะแนนความประพฤติในการขับขี่ เนื่องจากเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย แม้เทคโนโลยี ยานยนต์อัจฉริยะ (Smart Driving) จะมีความก้าวหน้าไปมาก แต่กฎหมายจราจรส่วนใหญ่ทั่วโลก รวมถึงในประเทศจีน ยังคงกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องพร้อมเข้าควบคุมพวงมาลัยและมีสมาธิกับท้องถนนตลอดเวลา
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความเข้าใจผิดในการใช้งาน เทคโนโลยีช่วยขับขี่ (Driving Assistants) ที่มักถูกผู้ใช้งานเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ซึ่งในปัจจุบันแม้แต่บริการแท็กซี่ไร้คนขับในหลายพื้นที่ เช่น สหรัฐอเมริกา ก็ยังประสบปัญหาการสร้างความโกลาหลบนท้องถนน และยังไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ภายใต้สถานการณ์ที่ซับซ้อน
