ข่าว
เชียงใหม่ ตำรวจเข้าใจผิดไล่จับครูสอนศาสนาเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพ่อค้ายา
ตำรวจ สภ.กัลยานิวัฒนา เข้าใจผิดไล่จับครูสอนศาสนา อ.กัลยานิวัฒนา วัย 60 ปี จนรถมอเตอร์ไซค์ล้มบาดจับล็อคคอสวมกุญแจมือ ขณะเดินทางกลับจากการไปทำสวน เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพ่อค้ายาเสพติด ร้อนนายอำเภอฯ เป็นตัวกลางเจรจาสอบถามข้อเท็จจริงทราบว่าเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวกำลังซุ่มดักจับขบวนการค้ายาเสพติด ผู้เสียหายเข้าแจ้งความเอาผิด

นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอกัลยานิวัฒนา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กัลยานิวัฒนา และกำนันตำบลบ้านจันทร์ เข้าสอบถามข้อมูลกับนายบุญยืน ตะแก ชาวบ้านห้วยฮ้อม ต.บ้านจันทร์ อ.กัลยานิวัฒนา จ.เชียงใหม่ อายุ 60 ปี ครูสอบศาสนาคริสตจักร บ้านห้วยฮ้อม หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กัลยานิวัฒนา อักษรย่อ น.และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 2 นาย ทำร้ายร่างกาย โดยช่วงหัวค่ำวานนี้นายบุญยืนฯ เล่าว่าขณะที่ตนกำลังเดินทางกลับบ้านจากทำสวน ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาตามถนนก่อนบริเวณหมู่บ้านป่าช้าบ้านห้วยฮ้อม เห็นชาย 2 คนยืนซุ่มอยู่และวิ่งตามรถมอเตอร์ไซค์ที่ตนขี่มา ขณะเดียวกันมีผู้ชายอีกหนึ่งคนยืนดักหน้าไว้ตนจึงชะลอรถ ชายอีก 2 คนที่วิ่งตามมาได้ตะคลุบรถนายบุญยืนฯจนรถล้มลงนอนตะแคงกลางถนนก่อนจะรุมกระทืบและชกต่อย ล็อคคอสวมกุญแจมือ และกลุ่มชายฉกรรจ์ได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากนั้นได้ค้นกระเป๋ากางเกง แต่ไม่พบอะไร ก่อนที่ตนจะแสดงตัวว่าตนเป็นครูสอนศาสนาและบอกว่าสอนหนังสือที่นี่มานานกว่า 20 ปีแล้ว กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขอโทษและปล่อยตัวไป


นายบุญยืน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ตนสังเกตได้ว่าได้รับบาดเจ็บจากรถมอเตอร์ไซค์ล้มเนื่องจากเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม จึงโทรศัพท์แจ้งญาติให้ไปส่งโรงพยาบาลพบว่าได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์ที่นิ้วโป้งเท้าขวา และมีรอยแผลที่ กกหู ข้อมือ ข้อเท้า หัวเข่าและระบม ไปทั้งตัว หลังจากนั้นตนและญาติจึงได้นำเรื่องไปปรึกษากับกำนัน กำนันตำบลบ้านจันทร์ ก่อนที่จะเรียนกับนายอำเภอกัลยานิวัฒนา นัดตำรวจชุดจับกุมมาสอบถามข้อเท็จจริง ที่บ้านนายบุญยืน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมยืนยันทำตามหน้าที่ และไม่รับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นญาติ ได้พานายบุญยืน ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ กับพนักงานสอบสวน สภ.กัลยานิวัฒนา กับตำรวจชุดจับกุมทั้งหมด ข้อหาทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว และ มาตรา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ ผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งนายบุญยืนระบุว่า จะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ถึงที่สุด
