Connect with us

ข่าว

Primal จัดงาน DISRUPT THE DEFAULT 2027 ดึง 3 แบรนด์ดังแชร์บทเรียนการตลาดปรับตัวรับยุค AI

Published

on

Primal จัดงาน DISRUPT THE DEFAULT 2027 ถอดบทเรียนธุรกิจจาก Aura Bangkok Clinic, OWNDAYS และ Smooth E เผยกลยุทธ์การใช้ข้อมูลและ AI ปรับตัวสู่ความยั่งยืน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ไพรมอล (Primal) จัดงานสัมมนา DISRUPT THE DEFAULT 2027: Marketing for the AI Era เปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘Three Brands on What They Got Wrong: What It Cost Us to Learn’ ดึงตัวแทนผู้บริหารจาก 3 แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ Aura Bangkok Clinic, OWNDAYS และ Smooth E ร่วมเปิดเผยข้อผิดพลาดและบทเรียนทางธุรกิจ พร้อมแนะแนวทางการปรับใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กร

พรกมล เพชรดาษดา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด Aura Wellness Group Holding ผู้บริหารแบรนด์ Aura Bangkok Clinic ระบุว่า หนึ่งในบทเรียนสำคัญขององค์กรคือการประเมินความคุ้มค่าของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Product) ซึ่งแม้จะเคยสร้างยอดขายแตะหลัก 100 ล้านบาท แต่การปรับขึ้นของค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มจาก 7% สู่ระดับเกิน 20% ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิ องค์กรจึงตัดสินใจยุติธุรกิจดังกล่าวเพื่อมุ่งเน้นธุรกิจคลินิกความงามที่เป็นจุดแข็งหลัก ควบคู่ไปกับการใช้ข้อมูลผสานสัญชาตญาณทางธุรกิจในการคัดเลือกพรีเซนเตอร์ พัฒนาบริการ และควบคุมมาตรฐานการขยายสาขาสู่ต่างจังหวัดและพื้นที่สำคัญ เช่น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดขอนแก่น

ด้าน ปริญวัฒน์ คณาพิบูลย์ผล นักวิเคราะห์ข้อมูลด้านการตลาดประจำภูมิภาค บริษัท OWNDAYS ประเทศไทย ชี้ว่าข้อมูลจากการดำเนินงานใน 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ กัมพูชา และมาเลเซีย แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น แคมเปญการตลาดที่ประสบความสำเร็จในไทยอาจไม่ได้ผลลัพธ์แบบเดียวกันในประเทศอื่น ขณะเดียวกัน ธุรกิจที่มีสัดส่วนยอดขายหน้าร้านออฟไลน์สูงกว่า 99% ไม่สามารถพึ่งพาเพียงตัวชี้วัดออนไลน์อย่าง ROAS ได้ แต่ต้องผสานข้อมูลยอดขาย กระแสในโซเชียลมีเดีย และเสียงสะท้อนจากพนักงานหน้าร้านเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ เทคโนโลยี AI ได้เข้ามาช่วยลดระยะเวลาในการจัดทำรายงาน นักการตลาดจึงต้องเปลี่ยนบทบาทไปเน้นการตรวจสอบความถูกต้องและการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อการตัดสินใจ

Primal จัดงาน DISRUPT THE DEFAULT 2027 ถอดบทเรียนธุรกิจจาก Aura Bangkok Clinic, OWNDAYS และ Smooth E เผยกลยุทธ์การใช้ข้อมูลและ AI ปรับตัวสู่ความยั่งยืน

ขณะที่ ศุภาพิชญ์ พิทยานุกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด Smooth E และ Siam Health Group กล่าวถึงบทเรียนต้นทุนของการเริ่มต้นช้า (Cost of Starting Slower) โดยจากการศึกษาพฤติกรรมกลุ่มผู้บริโภค Gen Z พบว่า แม้จะรู้จักแบรนด์แต่ส่วนใหญ่ซื้อใช้เฉพาะช่วงที่มีปัญหาผิว และมีเพียง 10% ที่ตัดสินใจซื้อด้วยตนเอง แบรนด์จึงปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้ตรงกับความสนใจของคนรุ่นใหม่ เช่น การจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบบซองในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และการสื่อสารผ่านกระแสคู่จิ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่โดยยังคงรักษาจุดยืนด้านคุณภาพและเวชสำอางอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ข้อสรุปจากเวทีเสวนาดังกล่าวเน้นย้ำถึง 3 ปัจจัยหลักสำหรับการดำเนินธุรกิจในยุค AI ได้แก่ การเปิดรับและพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ (Be an Empty Cup) การทดลองและปรับตัวอย่างรวดเร็ว (Move Fast) รวมถึงการรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ควบคู่ไปกับการปรับกลยุทธ์ตามพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป (Same Legacy, New Playbook) เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

Advertisement
Continue Reading
Advertisement