การเมือง
ครม. ไฟเขียวร่างความตกลงกรอบแม่โขง-ล้านช้าง หนุน DSI เพิ่มศักยภาพสกัดอาชญากรรมข้ามชาติ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะรัฐมนตรีเตรียมพิจารณาเห็นชอบร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้ กองทุนพิเศษกรอบความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง ประจำปี ค.ศ. 2026 พร้อมอนุมัติให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ลงนามฝ่ายไทย เพื่อขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างศักยภาพการบังคับใช้กฎหมายในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หวังยกระดับการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมข้ามชาติ ในภูมิภาค
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI มุ่งเน้นการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติ การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในแถบลุ่มน้ำโขง และการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเพิ่มทักษะบุคลากรด้านการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพิเศษกรอบความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง (Mekong–Lancang Cooperation: MLC) ซึ่งจัดตั้งโดยสาธารณรัฐประชาชนจีน วงเงินรวม 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.68 ล้านบาท
สำหรับเงื่อนไขทางการเงินและการบริหารจัดการโครงการ ฝ่ายจีนจะโอนงบประมาณเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยของกองทุนฯ ภายใน 20 วันทำการ และฝ่ายไทยต้องมีหนังสือยืนยันการรับเงินภายใน 10 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับเงิน โดยฝ่ายไทยจะรับหน้าที่หลักในการบริหารงานตามแผนและงบประมาณ พร้อมทั้งจัดทำรายงานความคืบหน้าและการประเมินผลการดำเนินงานส่งให้ฝ่ายจีนทุก 6 เดือน รวมถึงต้องจัดให้มีการตรวจสอบโครงการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ด้านสาระสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ กระทรวงยุติธรรมระบุว่ากิจกรรมจะเน้นการพัฒนาทักษะการสืบสวนสอบสวน ความรู้ทางกฎหมายด้านความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา และการส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามมาตรฐานสากล โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงของรัฐหรือข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาเฉพาะของไทยแต่อย่างใด
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วเห็นพ้องกันว่า ร่างความตกลงฯ ไม่เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเอกสารมีผลบังคับใช้ 3 ปีนับจากวันลงนาม และสามารถต่ออายุอัตโนมัติคราวละ 3 ปี หากไม่มีฝ่ายใดแจ้งยกเลิกล่วงหน้า 6 เดือน ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยมีความประสงค์ให้ลงนามภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เพื่อให้สามารถดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป
