Connect with us

การเมือง

รัฐบาลแจงกติกาใหม่ Credit Term บังคับใช้ 2 พ.ย. 69 คุมรายใหญ่จ่ายเงิน SME ใน 30-45 วัน

Published

on

รัฐบาลยกระดับมาตรการป้องกันนอมินีขยายการตรวจสอบครอบคลุมการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นและกรรมการ มีผลบังคับใช้ 1 สิงหาคม 2569

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลชี้แจงแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า หรือ Credit Term ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ชำระเงินแก่ผู้ประกอบการ SME ภายใน 30 วันสำหรับสินค้าเกษตร และไม่เกิน 45 วันสำหรับภาคการค้า การผลิต และบริการ เพื่อเสริมสร้างความเป็นธรรมทางการค้าและเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจรายย่อย

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เรื่อง การปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่กับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 โดยมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 30 วันนับแต่วันถัดจากวันประกาศ ซึ่งตรงกับวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ทั้งนี้ สาระสำคัญระบุให้ธุรกรรมเกี่ยวกับสินค้าเกษตรหรือผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปขั้นต้นที่มีกระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน มีระยะเวลาชำระเงินไม่เกิน 30 วัน ส่วนการค้า การผลิต และการบริการทั่วไป กำหนดไว้ไม่เกิน 45 วัน แต่หากเดิมมีข้อตกลงระยะเวลาที่สั้นกว่า ให้ยึดตามระยะเวลาที่สั้นกว่านั้น

สำหรับเกณฑ์การเริ่มนับระยะเวลานั้น โดยทั่วไปจะเริ่มนับจากวันที่ส่งมอบสินค้าหรือให้บริการถูกต้องครบถ้วนตามข้อตกลง พร้อมส่งเอกสารประกอบถูกต้องครบถ้วนแล้ว ขณะที่กรณีสัญญาแบบ ฝากขาย (Consignment) จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ขายสินค้าได้ครบตามจำนวนหรือตามอัตราที่ตกลงกันตามธรรมเนียมการค้าปกติ ไม่ได้เริ่มนับตั้งแต่วันที่นำสินค้าไปวางจำหน่ายหน้าร้าน ผู้ประกอบการรายย่อยจึงต้องตรวจสอบหลักฐานการส่งมอบ เอกสารการรับสินค้า และใบวางบิลอย่างรอบคอบ

นอกจากนี้ ประกาศยังกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ต้องแจ้งสิทธิการรับเงินและขั้นตอนการชำระเงินให้คู่ค้าทราบ พร้อมระบุพฤติกรรมที่เข้าข่ายไม่เป็นธรรม เช่น การประวิงเวลาชำระเงินโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร การปรับเปลี่ยนระยะเวลาหรือเงื่อนไขสัญญาโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน หรือการใช้สัญญาสำเร็จรูปกำหนดเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมต่อคู่ค้า ทั้งนี้ กฎหมายไม่ได้ครอบคลุมทุกธุรกรรมโดยอัตโนมัติ เนื่องจากมีนิยามกำหนดขนาดธุรกิจและขอบเขตการบังคับใช้ชัดเจน จึงขอให้ผู้ประกอบการทุกฝ่ายเตรียมความพร้อมและตรวจสอบสัญญาก่อนเริ่มบังคับใช้จริง

Advertisement
Continue Reading
Advertisement