ข่าว
ไทยฝนเริ่มลดลงแต่ยังตกหนักบางแห่ง กทม. เฝ้าระวังน้ำแนวคันกั้นน้ำด้านตะวันออกเกินวิกฤติ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศรายงานลักษณะอากาศทั่วไปประจำวันที่ 29 กันยายน 2569 ประเทศไทยเริ่มมีปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงมี ฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคเหนือด้านตะวันตก ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่กรุงเทพมหานครยังคงเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หลังจุดวัดแนวคันกั้นน้ำด้านตะวันออกหลายแห่งมีระดับน้ำเกินเกณฑ์วิกฤติ
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในรอบ 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้ มีสาเหตุมาจาก หย่อมความกดอากาศต่ำ บริเวณอ่าวมะตะบันได้เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเข้าปกคลุมชายฝั่งประเทศเมียนมา ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังอ่อนลง ส่งผลให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในจุดที่มีพายุฝน
สำหรับพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส และสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครตรวจพบปริมาณฝนสะสมสูงสุดที่จุดวัดสำนักงานเขตสายไหม 17.0 มิลลิเมตร จุดวัดสถานีสูบน้ำสามเสน-คลองแสนแสบ เขตห้วยขวาง 17.0 มิลลิเมตร และจุดวัดสถานีสูบน้ำแสนแสบ-คลองตัน เขตวัฒนา 16.5 มิลลิเมตร ทั้งนี้มีรายงานจุดเร่งการระบายน้ำบนถนนสายหลักรวม 81 รายการ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครและแม่น้ำสายหลักยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จากการตรวจวัดค่าระดับน้ำแนว คันกั้นน้ำด้านตะวันออก เมื่อเวลา 07.00 น. พบว่าประตูระบายน้ำคลองสอง (สายใต้) อยู่ที่ระดับ +2.01 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เกินกว่าระดับวิกฤติ +1.80 ม.รทก., ประตูระบายน้ำแสนแสบ (มีนบุรี) อยู่ที่ระดับ +1.25 ม.รทก. สูงกว่าระดับวิกฤติ +0.70 ม.รทก. และประตูระบายน้ำลาดกระบังอยู่ที่ระดับ +0.93 ม.รทก. สูงกว่าระดับวิกฤติ +0.35 ม.รทก.
ด้านการระบายน้ำผ่าน แม่น้ำเจ้าพระยา ข้อมูลล่าสุดตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีจังหวัดนครสวรรค์อยู่ที่ 2,038 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำที่อัตรา 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจุดวัดอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มีอัตราการไหลเฉลี่ย 1,814 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนการตรวจวัดค่าความเค็มสูงสุดของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตามสถานีสูบน้ำต่างๆ ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติระหว่าง 0.1 กรัมต่อลิตร ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์เฝ้าระวังที่ 1.2 กรัมต่อลิตร ไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร
