Connect with us

ข่าว

AIS มอบน้ำดื่ม 12,000 ขวดผ่านกระทรวงกลาโหมและกองทัพอากาศ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมเฝ้าระวังโครงข่ายสื่อสาร 24 ชั่วโมง

Published

on

AIS มอบน้ำดื่ม 12,000 ขวดผ่านกระทรวงกลาโหมและกองทัพอากาศ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมเฝ้าระวังโครงข่ายสื่อสาร 24 ชั่วโมง

สำนักข่าวบริคอินโฟ – AIS ส่งมอบน้ำดื่มจำนวน 1,000 โหล หรือ 12,000 ขวด ผ่านกระทรวงกลาโหม และกองทัพอากาศ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและดูแลความพร้อมของโครงข่ายสื่อสารทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับเหตุฝนตกหนักในหลายพื้นที่

การส่งมอบน้ำดื่มแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยมอบให้กองทัพอากาศจำนวน 500 โหล มีผู้แทนรับมอบคือ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ และส่งมอบให้กระทรวงกลาโหมจำนวน 500 โหล โดยมีเสนาธิการ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อนำไปกระจายสู่พื้นที่ที่ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อนต่อไป

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส ระบุว่า บริษัทได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อส่งต่อน้ำดื่มไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน พร้อมมอบหมายให้ทีมวิศวกรดูแลระบบสื่อสารอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากความสามารถในการติดต่อสื่อสารและการประสานงานบรรเทาสาธารณภัยมีความจำเป็นอย่างยิ่งในช่วงเวลาดังกล่าว

AIS มอบน้ำดื่ม 12,000 ขวดผ่านกระทรวงกลาโหมและกองทัพอากาศ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมเฝ้าระวังโครงข่ายสื่อสาร 24 ชั่วโมง
AIS มอบน้ำดื่ม 12,000 ขวดผ่านกระทรวงกลาโหมและกองทัพอากาศ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมเฝ้าระวังโครงข่ายสื่อสาร 24 ชั่วโมง
AIS มอบน้ำดื่ม 12,000 ขวดผ่านกระทรวงกลาโหมและกองทัพอากาศ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมเฝ้าระวังโครงข่ายสื่อสาร 24 ชั่วโมง

สำหรับการบริหารจัดการโครงข่ายโทรคมนาคม มีการเฝ้าระวังสถานะเครือข่ายเชิงรุกควบคู่กับการติดตามสภาพอากาศ ระดับน้ำ และระบบกระแสไฟฟ้า โดยนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงล่วงหน้า พร้อมจัดลำดับความสำคัญในการดูแลโครงข่ายที่ครอบคลุมโรงพยาบาล ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน หน่วยงานรัฐ และโครงสร้างพื้นฐานหลักของประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์และบุคลากร ได้แก่ ทีมวิศวกรประจำจุด เครื่องกำเนิดไฟฟ้า แบตเตอรี่สำรอง เชื้อเพลิง รวมถึงสถานีฐานเคลื่อนที่ เพื่อรักษาเสถียรภาพการสื่อสารในกรณีที่ไฟฟ้าดับหรือเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด รองรับการใช้งานของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบภัย

Advertisement
Continue Reading
Advertisement