ข่าว
กทม. ชี้สถานการณ์น้ำทรงตัว เร่งสูบน้ำเต็มกำลัง คาดคลี่คลายใน 2-3 วันหากไร้ฝนเติม
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กรุงเทพมหานคร เผยภาพรวม สถานการณ์น้ำ ในพื้นที่เริ่มทรงตัวหลังเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลังต่อเนื่อง คาดหากไม่มีฝนระลอกใหม่เข้ามาเติมจะสามารถระบายน้ำที่ตกค้างในระบบได้ภายใน 2-3 วัน พร้อมจัดตั้ง ศูนย์พักพิง 233 แห่ง และเปิดจุดจอดรถฟรีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะที่โรงเรียนสังกัด กทม. ประกาศหยุดเรียนวันจันทร์นี้เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจร
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงสถานการณ์น้ำ ณ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ โดยระบุว่า ฝนที่ตกแช่ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 ส่งผลให้มีปริมาณฝนสะสมบางพื้นที่แตะระดับเกือบ 300 มิลลิเมตร จนต้องประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยเพื่อเร่งเยียวยาประชาชน อย่างไรก็ตาม หย่อมความกดอากาศต่ำเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นทิศเหนือและทิศตะวันตก ส่งผลให้กลุ่มฝนเริ่มเบาบางลง โดยระบบระบายน้ำและสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาเดินกำลังสูบรวม 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเร่งพร่องน้ำฝั่งพระนครที่มีปริมาณสะสมราว 223 ล้านลูกบาศก์เมตร ควบคู่กับการประสานกรมชลประทานและจังหวัดปริมณฑลควบคุมน้ำเหนือไม่ให้ไหลเข้าท่วมสมทบ
ปัจจุบันปัญหาหลักอยู่ที่ระดับน้ำใน 5 คลองสายหลัก ได้แก่ คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองทวีวัฒนา ซึ่งอยู่ในภาวะวิกฤตจนล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนริมคลอง รวมถึงถนนสายสำคัญประมาณ 93 สาย อาทิ ถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนลาดพร้าว ถนนรามคำแหง และถนนศรีนครินทร์ ทางด้านการบรรเทาทุกข์ กทม. ได้เปิดโรงเรียนในสังกัดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว 233 แห่ง รองรับประชาชนได้ 15,000 คน ซึ่งขณะนี้มีผู้เข้าพักแล้ว 981 คน พร้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่เสี่ยง 36 รายไปยังสถานพยาบาลอย่างปลอดภัย โดยได้รับการสนับสนุนยานพาหนะและกำลังพลจากทหารและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้ประสานภาคีเครือข่ายเปิดพื้นที่จอดรถชั่วคราวโดยไม่คิดค่าบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำที่ต้องการเคลื่อนย้ายรถยนต์หนีน้ำท่วม อาทิ อาคารจอดรถของกรุงเทพมหานคร ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ รวมถึงศูนย์การค้าเซ็นทรัล เดอะมอลล์ แฟชั่นไอส์แลนด์ และโลตัส พร้อมแนะแนวทางประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือเรื่องกระสอบทรายหรือแจ้งเหตุน้ำท่วมขัง สามารถติดต่อผ่านสายด่วน กทม. 1555 ระบบ Traffy Fondue หรือสำนักงานเขต ส่วนกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินให้ประสานสายด่วน 1669
ในระยะยาว กรุงเทพมหานครเตรียมนำข้อมูลจริงจากเหตุการณ์นี้ไปพัฒนาแบบจำลองการพยากรณ์และเตือนภัยล่วงหน้าให้แม่นยำยิ่งขึ้น ควบคู่กับการเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาจุดคอขวด เช่น อุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนและแนวคลองเปรมประชากร สำหรับวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 กทม. เตรียมพิจารณาให้ข้าราชการที่ไม่มีหน้าที่บริการประชาชนโดยตรงปฏิบัติงานตามความเหมาะสม ขณะที่โรงเรียนในสังกัด กทม. ให้หยุดการเรียนการสอน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงลดปัญหาการจราจรติดขัดบนเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง
