ข่าว
ความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมต่อการปรับตัวของธุรกิจเอสเอ็มอีไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – การขับเคลื่อนนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องคำนึงถึงหลักการ การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม หรือ Just Transition เพื่อกระจายต้นทุนและผลประโยชน์อย่างทั่วถึง หลังข้อมูลชี้ชัดว่ากลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (SMEs/MSMEs) ในประเทศไทย กำลังเผชิญความเสี่ยงจากการปรับตัวสู่มาตรฐานความยั่งยืน ท่ามกลางข้อจำกัดเชิงโครงสร้างหลายมิติ
ประเด็นดังกล่าวได้รับการเปิดเผยในงานสัมมนา ESG Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด "ASEAN in Action: Powering Inclusive Green Transition" ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 โดยความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและองค์กรระดับสากล เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนความยั่งยืนในภูมิภาค โดยมีข้อมูลระบุว่ากลุ่ม SMEs/MSMEs ถือเป็นกลุ่มเปราะบางสำคัญที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระบวนการปรับเปลี่ยนนโยบายสู่เศรษฐกิจสีเขียว หากขาดกลไกสนับสนุนที่ครอบคลุม
จากการศึกษาของ Boston Consulting Group (BCG) และ World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) พบว่า ธุรกิจเอสเอ็มอี มีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 99% ของธุรกิจทั้งหมดในประเทศไทย และสร้างมูลค่าคิดเป็น 35% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ทว่าภาคธุรกิจกลุ่มนี้ยังติดข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านเงินทุน องค์ความรู้ บุคลากร และความพร้อมในการปฏิบัติตามเกณฑ์สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะการเลิกจ้าง หรือการปิดตัวของกิจการขนาดเล็ก
นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่าอุปสรรคสำคัญของผู้ประกอบการรายย่อยเกิดจากปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เนื่องจากไม่มีงบการเงินหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันตามเกณฑ์สถาบันการเงิน การขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อยกระดับสายการผลิตตามมาตรฐานใหม่ของคู่ค้า รวมถึงการขาดแคลนทักษะและเทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพ ส่งผลให้การปรับใช้หลักการ Just Transition เป็นเงื่อนไขจำเป็นในการประคองเศรษฐกิจฐานรากให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย Net Zero ได้โดยไม่เกิดความเหลื่อมล้ำ
