Connect with us

ข่าว

ซิกเว่-ทรู มองเม็ดเงินลงทุน AI อาจแตะ 1.12 ล้านล้าน แนะไทยเร่งยกระดับผลิตภาพ SME หลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง

Published

on

ทรู เผยครึ่งแรกปี 2569 ยอดขอรับการส่งเสริมลงทุนดิจิทัลแตะ 1.12 ล้านล้านบาท แนะแปรโครงสร้างพื้นฐาน AI สู่การยกระดับผลิตภาพ SME ไทย ชี้มีโอกาสสร้างมูลค่าแตะ 2.6 ล้านล้านในปี 2573

สำนักข่าวบริคอินโฟ – การเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก่อให้เกิดคลื่นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีมูลค่ารวม 1.47 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการด้านดิจิทัลสูงถึง 1.12 ล้านล้านบาท คิดเป็น 76% ของมูลค่าทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องแปรเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถและผลิตภาพของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ระบุว่า ข้อมูลจากธนาคารโลก (World Bank) ชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการในไทย 99.5% จัดอยู่ในกลุ่ม SME ซึ่งคิดเป็น 69.5% ของการจ้างงานในตลาดแรงงานทั้งหมด ทั้งนี้ ราว 85% ของธุรกิจ SME ในประเทศเป็นระดับรายย่อย (micro SME) ที่มีการจ้างงานไม่เกิน 5 คน และมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ขณะที่มูลค่าทางเศรษฐกิจจากภาค SME คิดเป็นสัดส่วนเพียง 35.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สะท้อนถึงปัญหาด้านผลิตภาพอันเนื่องมาจากการขาดทักษะ การจัดสรรทรัพยากร และข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยี

จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้งาน รายงานของ Salesforce ระบุว่าผู้ประกอบการ SME ไทยประมาณ 70% เริ่มใช้งานหรืออยู่ระหว่างการทดลองใช้งาน เทคโนโลยี AI ขณะเดียวกัน รายงาน Unlocking Thailand's AI Potential 2026 ของ AWS ระบุว่า 74% ของกลุ่มธุรกิจที่ประยุกต์ใช้ AI ยังจำกัดอยู่ในขั้นพื้นฐาน เช่น การใช้แชตบอตสรุปความและค้นหาข้อมูล มีเพียง 17% ที่ใช้ในระดับกลาง และ 9% ที่นำมาใช้ในระดับสูง การยกระดับศักยภาพธุรกิจจึงแบ่งออกเป็น 3 ขั้น ได้แก่ รูปแบบช่วยปฏิบัติงาน (AI-assisted) รูปแบบขับเคลื่อนระบบการดำเนินงาน (AI-operated) และรูปแบบการสร้างโมเดลธุรกิจที่มีเทคโนโลยีเป็นแกนหลัก (AI-native) ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากรลง

ทั้งนี้ การปรับใช้เทคโนโลยีต้องดำเนินควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและการกำหนดแนวปฏิบัติอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่ง Access Partnership ประเมินว่า การประยุกต์ใช้ AI ในภาคธุรกิจอย่างเต็มประสิทธิภาพอาจสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยได้ไม่น้อยกว่า 2.6 ล้านล้านบาทภายในปี 2573 ดังนั้น การส่งเสริมกรอบการทำงาน การพัฒนาทักษะแรงงาน ตลอดจนการสนับสนุนพื้นที่ทดสอบเทคโนโลยี (Sandbox) ร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนผ่านเม็ดเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

Advertisement