ข่าว
AMD ชี้ทิศทางปัญญาประดิษฐ์เปลี่ยนผ่านสู่ Physical AI ขับเคลื่อนการทำงานจริงในโลกกายภาพ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ของการพัฒนา โดยขยายขอบเขตจากระบบดิจิทัลและการประมวลผลข้อมูลบนคลาวด์ สู่การนำไปประยุกต์ใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ ซึ่งครอบคลุมระบบหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ยานยนต์ไร้คนขับ เครื่องมือทางการแพทย์ และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถรับรู้ ตัดสินใจ พร้อมทั้งปฏิบัติการได้แบบเรียลไทม์
นายสตีเวน ฟง (Steven Fong) รองประธานองค์กร กลุ่มธุรกิจ Embedded ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น (APJ) ของ AMD ระบุว่า คลื่นลูกแรกของ AI มีบทบาทหลักในการช่วยสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลผ่านโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) และระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ ทว่าในระยะถัดไป ระบบ Physical AI จะต้องเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมจริง ซึ่งทำให้ความต้องการด้านวิศวกรรมระบบเปลี่ยนไป โดยระบบต้องสามารถทำงานได้โดยไม่มีความหน่วง มีความปลอดภัยเชิงฟังก์ชัน (Functional Safety) ตลอดจนรองรับข้อจำกัดด้านการใช้พลังงานและการระบายความร้อน
สำหรับการประมวลผลของ Physical AI นั้น จำเป็นต้องพึ่งพาสถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน (Heterogeneous Computing) เนื่องจากไม่มีหน่วยประมวลผลชนิดใดสามารถรองรับการทำงานได้ครบทุกมิติเพียงลำพัง โดยต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) สำหรับการคำนวณเวิร์กโหลดขั้นสูง ขณะที่ Adaptive SoC และ NPU จะช่วยลดความหน่วงในการตอบสนอง และใช้ชิป FPGA ในการควบคุมระบบเซนเซอร์และกลไกการเคลื่อนไหวของเครื่องจักรอย่างแม่นยำ
นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่ Physical AI ยังมีบทบาทสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมในประเทศที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร เช่น ประเทศไทย ซึ่งกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและเกิดภาวะตึงตัวของแรงงาน การนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์อัจฉริยะเข้ามาช่วยเสริมสายการผลิตจึงเป็นปัจจัยเร่งในการรักษาผลิตภาพและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว
