Connect with us

ข่าว

ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งถุงยังชีพช่วยผู้ประสบอุทกภัย พร้อมเฝ้าระวังโครงข่ายสื่อสารภาคตะวันออก 24 ชั่วโมง

Published

on

ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมส่งวิศวกรดูแลโครงข่ายสื่อสารภาคตะวันออก 24 ชั่วโมง รองรับการติดต่อฉุกเฉิน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ทรู คอร์ปอเรชั่น (True Corporation) ระดมพนักงานจิตอาสาจัดเตรียม ถุงยังชีพ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์น้ำท่วม พร้อมส่งทีมวิศวกรเข้าดูแล โครงข่ายสื่อสาร ในพื้นที่ภาคตะวันออกตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความเสถียรของสัญญาณโทรคมนาคมในภาวะวิกฤต

ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมส่งวิศวกรดูแลโครงข่ายสื่อสารภาคตะวันออก 24 ชั่วโมง รองรับการติดต่อฉุกเฉิน

การจัดเตรียมสิ่งของช่วยเหลือในครั้งนี้มีคณะผู้บริหารนำโดย นายโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ และนางสาวกมลนันท์ เจียรวนนท์ โสภณพนิช หัวหน้ากลยุทธ์ความยั่งยืน ร่วมจัดสิ่งของจำเป็น ประกอบด้วย อาหารพร้อมรับประทาน นม น้ำดื่ม และของใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ

ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมส่งวิศวกรดูแลโครงข่ายสื่อสารภาคตะวันออก 24 ชั่วโมง รองรับการติดต่อฉุกเฉิน
ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมส่งวิศวกรดูแลโครงข่ายสื่อสารภาคตะวันออก 24 ชั่วโมง รองรับการติดต่อฉุกเฉิน

ขณะเดียวกัน ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ส่งทีมวิศวกรเครือข่ายลงพื้นที่ประเมินความเสี่ยงและเฝ้าระวังสถานีฐานโทรคมนาคม โดยเน้นพื้นที่ภาคตะวันออกที่ยังคงมีน้ำท่วมขังและกระแสน้ำไหลแรง ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก และระยอง ซึ่งยังมีความเสี่ยงจากปริมาณฝนสะสม โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้ระบบสื่อสารขัดข้อง และรองรับการติดต่อประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมส่งวิศวกรดูแลโครงข่ายสื่อสารภาคตะวันออก 24 ชั่วโมง รองรับการติดต่อฉุกเฉิน

สำหรับมาตรการบริหารจัดการโครงข่ายในภาวะฉุกเฉิน ประกอบด้วย การเสริมแนวกั้นน้ำบริเวณสถานีฐานและชุมสายสื่อสารในพื้นที่ลุ่มต่ำ การจัดเตรียมระบบไฟฟ้าสำรองและแผนจัดส่งเชื้อเพลิง การติดตามสภาพอากาศและระดับน้ำผ่านศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ (Business Network Intelligence Center: BNIC) ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการเตรียมความพร้อมของ รถสถานีฐานเคลื่อนที่ (Cell on Wheels: COW) และอุปกรณ์สำรองเพื่อเข้าซ่อมบำรุงในจุดที่ได้รับความเสียหายทันที