ข่าว
ปภ. ไทยโชว์ศักยภาพทีม USAR บนเวที ARF ครั้งที่ 3 ประเทศจีน ชูความสำเร็จยกระดับกู้ภัยเขตเมืองสู่มาตรฐานสากล
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ปภ. นำทีมผู้แทนไทยร่วมประชุม ARF ครั้งที่ 3 ที่นครหนานหนิง ประเทศจีน ชูความสำเร็จของทีม USAR Thailand ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล พร้อมเดินหน้ายกระดับความร่วมมือด้านการกู้ภัยฉุกเฉินในเขตเมืองเพื่อรับมือภัยพิบัติในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
นางสาวกมลวรรณ กลับศรี ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการป้องกันสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการกู้ภัยฉุกเฉินในเขตเมือง ภายใต้กรอบการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ ASEAN Regional Forum (ARF) ครั้งที่ 3 ณ นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประเทศจีน โดยมีผู้แทนระดับสูงจาก 27 ประเทศภาคีสมาชิกและองค์กรระหว่างประเทศกว่า 400 คนเข้าร่วม เพื่อกำหนดแนวทางยกระดับความปลอดภัยและสร้างขีดความสามารถด้านการค้นหาและกู้ภัย
ในการประชุมครั้งนี้ ประเทศไทยได้นำเสนอความสำเร็จของทีมค้นหาและกู้ภัยเขตเมืองแห่งชาติ หรือ USAR Thailand ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล INSARAG External Classification (IEC) ในระดับกลาง (Medium) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยจุดแข็งของทีมเกิดจากการบูรณาการความร่วมมือจาก 6 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมการแพทย์ กรุงเทพมหานคร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและสังคม และบริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด รวมถึงมีสมาชิกจาก UNDAC และ ASEAN-ERAT ร่วมปฏิบัติงาน ทำให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประสบการณ์ปฏิบัติงานที่ผ่านมาของ USAR Thailand ครอบคลุมทั้งในระดับชาติและนานาชาติ อาทิ การสนับสนุนภารกิจกู้ภัยแผ่นดินไหวในต่างประเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ปฏิบัติการค้นหาผู้ติดค้างในเหตุอุโมงค์รถไฟคลองไผ่ถล่ม จังหวัดนครราชสีมา การรับมือผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาที่ส่งผลให้ตัวอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินในกรุงเทพมหานครถล่มในปี 2568 ตลอดจนการอพยพผู้ประสบอุทกภัยรุนแรงในภาคเหนือและภาคใต้ของไทย ซึ่งบทเรียนสำคัญที่ได้รับคือขีดความสามารถในการกู้ภัยฉุกเฉินไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์หรือบุคลากรเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการสื่อสาร การประสานงาน และการตัดสินใจภายใต้สภาวะที่ท้าทาย

สำหรับทิศทางในอนาคต ประเทศไทยมุ่งเน้นการปฏิบัติตามคู่มือมาตรฐาน INSARAG ฉบับใหม่ เพื่อพัฒนาระบบที่ยั่งยืนทั้งในด้านบุคลากรและอุปกรณ์ พร้อมยกระดับความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นและภาคประชาสังคมผ่านกระบวนการรับรองมาตรฐานระดับชาติ หรือ National Accreditation Process (NAP)
นอกจากนี้ยังเตรียมส่งบุคลากรเข้าร่วมการฝึกอบรมระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2570 ประเทศไทยเตรียมความพร้อมที่จะมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือข้ามพรมแดนที่เข้มแข็งและแบ่งปันองค์ความรู้ด้านการจัดการภัยพิบัติร่วมกับประชาคมโลก

