<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทา</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Mon, 08 Jun 2026 14:46:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทา</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ETDA ผนึกกำลังจัด GeoAI Hackathon 2026 ดึงคนรุ่นใหม่ใช้นวัตกรรม AI และภูมิสารสนเทศแก้ปัญหาภัยพิบัติและเกษตรกรรม</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/312206</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 14:46:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Esri Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ETDA]]></category>
		<category><![CDATA[GISTDA]]></category>
		<category><![CDATA[KMITL]]></category>
		<category><![CDATA[KMUTT]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยชนะ มิตรพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อีเอสอาร์ไอ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=312206</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/312206">ETDA ผนึกกำลังจัด GeoAI Hackathon 2026 ดึงคนรุ่นใหม่ใช้นวัตกรรม AI และภูมิสารสนเทศแก้ปัญหาภัยพิบัติและเกษตรกรรม</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์</strong> หรือ <strong>ETDA</strong> ร่วมกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานพันธมิตร จัดการแข่งขัน <strong>GeoAI Hackathon 2026</strong> รอบชิงชนะเลิศ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรมจากฝีมือคนรุ่นใหม่ โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้<strong>เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์</strong>หรือ<strong>เอไอ (AI)</strong> ร่วมกับ<strong>ข้อมูลภูมิสารสนเทศ (Geospatial Data)</strong> เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ของประเทศไทย มุ่งเป้าไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพด้าน<strong>การบริหารจัดการภัยพิบัติ</strong>และ<strong>การยกระดับขีดความสามารถภาคการเกษตร</strong></p>



<p>การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยนายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ <strong>ETDA</strong> ระบุว่า <strong>เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (Geospatial Technology)</strong> เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการให้บริการดิจิทัลในยุคปัจจุบัน เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับระบบแผนที่ การระบุตำแหน่ง และข้อมูลด้านเวลา ซึ่งจะช่วยให้ระบบดิจิทัลทำงานได้อย่างแม่นยำและน่าเชื่อถือ โดยผู้อำนวยการ <strong>ETDA</strong> กล่าวว่า &#8220;Geospatial Technology ไม่ใช่เพียงเรื่องของแผนที่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่ประเทศจำเป็นต้องมี เพื่อรองรับการให้บริการดิจิทัลในอนาคตให้มีความชัดเจน ใช้งานได้อย่างแพร่หลาย และเชื่อถือได้&#8221;</p>



<p>การจัดงานในครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการศึกษาความพร้อมการจัดตั้งศูนย์ศึกษาและทดสอบเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่าง <strong>ETDA</strong>, ภาควิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ <strong>สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</strong> หรือ <strong>KMITL</strong>, <strong>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี</strong> หรือ <strong>KMUTT</strong>, <strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)</strong> หรือ <strong>GISTDA</strong> และบริษัท <strong>อีเอสอาร์ไอ ประเทศไทย (ESRI Thailand)</strong> เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐ และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้พัฒนาโซลูชันเพื่อรับมือความท้าทายระดับชาติ</p>



<p>สำหรับการแข่งขัน <strong>GeoAI Hackathon 2026</strong> มีนิสิตและนักศึกษาจาก 15 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศส่งผลงานเข้าร่วมถึง 97 ทีม ก่อนจะคัดเลือกเหลือ 10 ทีมสุดท้ายในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งผลงานทั้งหมดครอบคลุมนวัตกรรมด้านภัยพิบัติและการเกษตร เช่น ระบบเตือนภัยน้ำท่วมแบบไม่พึ่งพาอินเทอร์เน็ต ระบบวิเคราะห์ภัยน้ำเค็มรุกและแผ่นดินทรุด แดชบอร์ดแจ้งเตือนภัยแล้งเชิงพื้นที่ ระบบเตือนภัยโรคข้าวจากภาพถ่ายดาวเทียม แพลตฟอร์มเฝ้าระวังภัยคุกคามภาคเกษตร ระบบประเมินความต้องการน้ำของสวนทุเรียน และระบบจัดการฟางข้าวเพื่อลดการเผาไหม้</p>



<p>ผลการตัดสินพบว่า ทีมข้าราชการพลเรือน school คว้าตำแหน่งชนะเลิศจากผลงาน ATM: AquaToxin Map ซึ่งเป็นแผนที่ความเสี่ยงการสะสมโลหะหนักเชิงพื้นที่ความละเอียดสูงในพื้นที่เกษตรกรรมลุ่มแม่น้ำโค้งตวัด ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เป็นของทีมฟักทองอมบ๊วย กับผลงาน Zero Burn Sphere ระบบเปลี่ยนฟางข้าวเป็นพลังงานด้วย <strong>GeoAI</strong> เพื่อลดการเผา และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือทีม ConSouthing จากผลงาน Offline Flood Alert Toolkit: FloodMesh ระบบเตือนภัยน้ำท่วมและประสานงานกู้ภัยแบบออฟไลน์ นอกจากนี้ยังมีทีม The-axis และทีม Piddpii ที่ได้รับรางวัล Best Visualization และ Best AI Model ตามลำดับ โดยผลงานของทั้ง 10 ทีมจะถูกนำไปเป็นกรณีศึกษาตั้งต้นสำหรับศูนย์ศึกษาและทดสอบเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยต่อไป</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/312206">ETDA ผนึกกำลังจัด GeoAI Hackathon 2026 ดึงคนรุ่นใหม่ใช้นวัตกรรม AI และภูมิสารสนเทศแก้ปัญหาภัยพิบัติและเกษตรกรรม</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ETDA กางโรดแมป AI 2026 ชูธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ ดันไทยสู่ศูนย์กลางภูมิภาค เตรียมจัดงาน AI Governance Week 2026</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/311894</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 07:04:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[AIGC]]></category>
		<category><![CDATA[AIGPC]]></category>
		<category><![CDATA[DiSDA]]></category>
		<category><![CDATA[ETDA]]></category>
		<category><![CDATA[UNESCO]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[รจนา ล้ำเลิศ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ AI Governance Center]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันพัฒนาบุคลากรดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[สสวท.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานศาลปกครอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=311894</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/311894">ETDA กางโรดแมป AI 2026 ชูธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ ดันไทยสู่ศูนย์กลางภูมิภาค เตรียมจัดงาน AI Governance Week 2026</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ<strong> &#8211;</strong> สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ <strong>ETDA</strong> กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประกาศทิศทางการดำเนินงานด้านปัญญาประดิษฐ์ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด Driving Trust AI Governance เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบนิเวศ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ <strong>AI</strong> ของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการวางรากฐานการกำกับดูแลด้วยแนวปฏิบัติและเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ควบคู่ไปกับการผลักดันให้เกิดการใช้งานจริงในทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป พร้อมเตรียมยกระดับประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance) ของภูมิภาค ผ่านการจัดตั้งศูนย์ AIGPC และการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับนานาชาติ AI Governance Week 2026 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้</p>



<p>การขับเคลื่อนดังกล่าวสอดรับกับแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2565–2570 และนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ต้องการใช้ <strong>AI</strong> เป็นกลไกหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของประเทศ โดยนางสาวรจนา ล้ำเลิศ ที่ปรึกษา <strong>ETDA</strong> และหัวหน้าศูนย์ <strong>AI Governance Center</strong> หรือ <strong>AIGC</strong> ได้ระบุถึงความสำคัญของเรื่องนี้ว่า ปัญญาประดิษฐ์กำลังจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล และเพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีของคนไทย ETDA ในฐานะหน่วยงานที่มุ่งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเกิดการเพิ่มศักยภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและเกิดการใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล จึงเดินหน้าขับเคลื่อนงานด้านนี้ เพื่อวางรากฐานความเชื่อมั่นให้การพัฒนาและใช้งาน AI ของประเทศ ผ่านการดำเนินงานของศูนย์ AIGC มาอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>ข้อมูลจากดัชนีประเมินด้านธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ระดับสากล หรือ <strong>AI Governance international Evaluation Index</strong> (<strong>AGILE Index</strong>) ประจำปี 2568 ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีความก้าวหน้าในด้านนี้ โดยจัดอยู่ในอันดับที่ 25 ของโลก ซึ่งสะท้อนถึงจุดแข็งด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ และรากฐานด้านการกำกับดูแลเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ <strong>AI</strong> ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการที่ประชาชนเปิดรับเทคโนโลยีค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงเผชิญความท้าทายและช่องว่างที่ต้องเร่งแก้ไข ทั้งในมิติของการพัฒนานักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ การลงทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี <strong>AI</strong> ซึ่งโจทย์สำคัญในระยะต่อไปคือการสร้างความเข้าใจถึงขีดความสามารถ ข้อจำกัด ความเสี่ยง และการประยุกต์ใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ</p>



<p>สำหรับมิติแรกของการทำงานในปี 2569 <strong>ETDA</strong> มุ่งเน้นการเร่งวางกรอบ <strong>AI Governance</strong> ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น มาตรฐานของ UNESCO โดยศูนย์ <strong>AIGC</strong> ได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญพัฒนากรอบแนวปฏิบัติและเครื่องมือ (Guideline &amp; Toolkits) ปัจจุบันมีพร้อมใช้งานแล้ว 12 ชุด และกำลังพัฒนาเพิ่มเติมอีก 2 ชุด ได้แก่ AI Ethical Impact Assessment Playbook และ AI Value Creation เพื่อช่วยองค์กรประเมินความเสี่ยงและจัดการผลกระทบด้านจริยธรรม นอกจากนี้ยังมีการจัดทำรายงาน AI Watch Series เพื่อติดตามแนวโน้มความเสี่ยง พร้อมกับร่างข้อเสนอเชิงนโยบายและกฎหมาย อีกหนึ่งความก้าวหน้าสำคัญคือการริเริ่มกิจกรรม Red Teaming Challenge ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของไทยในการทดสอบความเสี่ยง จุดอ่อน และอคติของระบบ ปัญญาประดิษฐ์ ก่อนนำไปใช้งานจริง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทั้งผู้พัฒนาและผู้ใช้งาน</p>



<p>ในมิติที่สองคือการผลักดันองค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติจริงในทุกภาคส่วน สำหรับภาครัฐมีการพัฒนาหลักสูตร AI Gov4Govt เพื่อเตรียมความพร้อมให้ 20 กระทรวง และหลักสูตร AI Change Agent Program พร้อมต่อยอดสู่โครงการ Train the Trainer โดยตั้งเป้าสร้างวิทยากร 80 คนเพื่อขยายผลสู่บุคลากรภาครัฐ 3,000 คนภายในปี 2570 ด้านภาคการศึกษาได้ร่วมมือกับ สสวท. สพฐ. และ UNICEF ขับเคลื่อนหลักสูตร AI &amp; Digital Ethics for Educators โดยเตรียมพัฒนาครูแกนนำจาก 100 โรงเรียน ขยายสู่เครือข่ายกว่า 1,000 คน ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการมีการลงพื้นที่ยกระดับทักษะผ่านโครงการ SMEs Growth ด้วยหลักสูตร Generative AI ขณะที่ภาคประชาชนได้ขยายผลหลักสูตร ETDA Digital Citizen หรือ EDC Plus ตั้งเป้าสร้างวิทยากร 2,000 คน ครอบคลุม 400 อำเภอ เพื่อเข้าถึงประชาชน 60,000 คน พร้อมเตรียมเปิดตัวหลักสูตรอีเลิร์นนิงผ่านสถาบันพัฒนาบุคลากรดิจิทัล (DISDA) ในเดือนกันยายนนี้ รวมถึงการจัดกิจกรรม Hackathon ร่วมกับสำนักงานศาลปกครองเพื่อนำ <strong>AI</strong> มายกระดับกระบวนการยุติธรรม</p>



<p>ก้าวสำคัญต่อไปของประเทศไทยคือการเตรียมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ AI Governance Practice Center หรือ AIGPC เพื่อเชื่อมโยงหลักการสากลสู่การใช้งานจริงในระดับภูมิภาค โดย <strong>ETDA</strong> กำลังผลักดันให้ AIGPC ได้รับการรับรองเป็นศูนย์ประเภทที่ 2 ภายใต้อุปถัมภ์ของ UNESCO (UNESCO Category 2 Centre) และเพื่อตอกย้ำความพร้อมดังกล่าว จึงได้เตรียมจัดงาน AI Governance Week 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน ถึง 3 กรกฎาคม 2569 ภายใต้แนวคิด Connecting the Right Dots ซึ่งจะรวบรวมผู้นำด้านนโยบายและเทคโนโลยีระดับโลกมาร่วมกำหนดทิศทาง ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ โดยมีไฮไลต์สำคัญทั้งการประชุม AIGPC Annual Conference การเปิดตัวเครื่องมือประเมินผลกระทบด้านจริยธรรม และสนามทดสอบความปลอดภัยของระบบ <strong>AI</strong> ระดับประเทศ เพื่อยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมบูรณาการผู้คน องค์ความรู้ และนโยบายเข้าด้วยกันอย่างรับผิดชอบ</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/311894">ETDA กางโรดแมป AI 2026 ชูธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ ดันไทยสู่ศูนย์กลางภูมิภาค เตรียมจัดงาน AI Governance Week 2026</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ETDA เดินหน้า Digital ID เชื่อม e-Service รัฐแล้วกว่า 1,797 บริการ เร่งขยายการใช้งานกลุ่มนิติบุคคล ต่างด้าว และกลุ่มเปราะบาง</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/311540</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 09:23:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Transactions Development Agency]]></category>
		<category><![CDATA[ETDA]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยชนะ มิตรพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=311540</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/311540">ETDA เดินหน้า Digital ID เชื่อม e-Service รัฐแล้วกว่า 1,797 บริการ เร่งขยายการใช้งานกลุ่มนิติบุคคล ต่างด้าว และกลุ่มเปราะบาง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เร่งขับเคลื่อนระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนดิจิทัล หรือ Digital ID (ดิจิทัล ไอดี) ภายใต้กรอบแนวคิด Digital ID Framework ระยะที่ 2 ปี 2568–2570 เพื่อยกระดับให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานความเชื่อมั่นของประเทศ (Trust Infrastructure) โดยล่าสุดเชื่อมต่อระบบเข้ากับบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ หรือ e-Service (อี-เซอร์วิส) แล้วกว่า 1,797 บริการ ส่งผลให้มียอดบัญชีผู้ใช้งานสะสมทะลุ 162.63 ล้านบัญชี พร้อมเตรียมแผนปลดล็อกการใช้งานให้ครอบคลุมกลุ่มนิติบุคคล คนต่างด้าว และกลุ่มเปราะบาง ภายในปี 2569 นี้</p>



<p>ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA เปิดเผยว่า การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเชื่อมโยงตัวตนเข้ากับบริการดิจิทัล ช่วยให้ทุกภาคส่วนทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการปลอมแปลงตัวตน ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Digital ID ที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว 28 ใบอนุญาต จาก 23 หน่วยงาน และมีผู้ให้บริการ Sub Certification Authority หรือ Sub CA ที่ผ่านการรับรองจาก National Root Certification Authority หรือ NRCA จำนวน 3 ราย โดยการเชื่อมระบบผ่านบริการ ThaID กับ e-Service ของภาครัฐ ครอบคลุมบริการในชีวิตประจำวัน เช่น การเสียภาษี การย้ายทะเบียนบ้าน การจองทะเบียนรถ การชำระค่าน้ำ–ค่าไฟ และการตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาล ซึ่งมียอดผู้ใช้งานสะสมจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ อาทิ ThaID, ทางรัฐ, หมอพร้อม, เป๋าตัง และ NDID รวมกว่า 162.63 ล้านบัญชี (ข้อมูล ณ เมษายน 2569) และกำลังขยายตัวไปสู่ภาคเอกชนในกลุ่มท่องเที่ยว แพลตฟอร์มดิจิทัล มาร์เก็ตเพลส (Marketplace) และโซเชียลคอมเมิร์ซ (Social Commerce)</p>



<p>สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 ทางหน่วยงานมุ่งเน้นการแก้ปัญหาและขยายข้อจำกัดในการทำธุรกรรมออนไลน์ของกลุ่มนิติบุคคล โดยเตรียมเสนอแนวทางการทำธุรกรรมนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (To-Be Process) เพื่อใช้ตรวจสอบผู้มีอำนาจ การมอบอำนาจอิเล็กทรอนิกส์ การลงนามแทนนิติบุคคล และการทำสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Contract ผ่านแพลตฟอร์ม Integrated Document Signing Platform หรือ IDSP ควบคู่กับการทดสอบใน Sandbox ร่วมกับกรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมศุลกากร และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ กพร. เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงบริการรัฐและลดการใช้เอกสารกระดาษ</p>



<p>ในส่วนของกลุ่มคนต่างด้าวที่เข้ามาท่องเที่ยว ทำงาน ลงทุน หรือศึกษาในประเทศไทย จะมีการร่วมมือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการปกครอง และกรมศุลกากร เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับตรวจสอบข้อมูลผ่านบริการตรวจสอบข้อมูลคนต่างด้าว (Authoritative Source) ที่จะจัดตั้งขึ้นในอนาคต ส่วนกลุ่มคนเปราะบาง ทั้งผู้เยาว์ ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ดูแล (Caregiver) จะขับเคลื่อนผ่านแนวทางที่เหมาะสมเพื่อรองรับบริการด้านสาธารณสุขและบริการรัฐที่จำเป็น ผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม ภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข พร้อมพัฒนากลไกตรวจสอบความสัมพันธ์ป้องกันการแอบอ้างสิทธิ์</p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีทิศทางการสนับสนุนการใช้ เอกสารรับรองดิจิทัล หรือ Verifiable Credentials (VC) และกระเป๋าเอกสารดิจิทัล หรือ Digital Document Wallet เพื่อให้สามารถใช้เอกสารสำคัญในรูปแบบดิจิทัลข้ามหน่วยงานได้ โดยปีนี้จะนำร่องใน 3 เอกสารหลัก ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ และใบรับรองผลการศึกษา พร้อมเตรียมผลักดันการใช้งานเอกสารรับรองดิจิทัลแบบข้ามพรมแดน (Cross-border) ร่วมกับองค์กรสากล เช่น ธนาคารโลก ทั้งยังมีกิจกรรมพัฒนากำลังคนผ่านโครงการ ETDA Bootcamp 2026 รวมถึงเตรียมจัดงานประชุมนานาชาติ Digital Trust Thailand 2026 ในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 เพื่อเชื่อมโยงมาตรฐานบริการดิจิทัลของไทยให้สอดคล้องกับสากล</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>&#8220;ปี 2569 จะเป็นปีที่ ETDA เดินหน้าจากการร่วมวางรากฐานไปสู่การร่วมขยายผล Digital ID ให้เกิดการใช้งานจริงมากขึ้น ทั้งในบริการภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ กลุ่มคนต่างด้าว และกลุ่มเปราะบาง พร้อมกับการขยายเครือข่ายความร่วมมือในระดับสากล เพื่อให้บริการดิจิทัลของไทยสามารถเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจดิจิทัลโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเกิดประโยชน์กับประเทศโดยตรงทั้งการช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกรรม เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ สร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ เพราะความน่าเชื่อถือไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องเกิดจากการทำงานร่วมกันของทั้ง Ecosystem เพื่อสร้าง Digital Trust ที่เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลในอนาคต&#8221; ดร.ชัยชนะ กล่าว</p>
</blockquote>



<p></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/311540">ETDA เดินหน้า Digital ID เชื่อม e-Service รัฐแล้วกว่า 1,797 บริการ เร่งขยายการใช้งานกลุ่มนิติบุคคล ต่างด้าว และกลุ่มเปราะบาง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก.ดิจิทัล เรียกคุย Meta หลังหลุดไลฟ์หวิว พบมีฝังลิงก์ Phishing-กฎหมายเดิมส่อเอาผิดแพลตฟอร์มไม่ได้</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/310557</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 06:14:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Transactions Development Agency]]></category>
		<category><![CDATA[ETDA]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[คลารา โกห์]]></category>
		<category><![CDATA[ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยชนะ มิตรพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดีอี]]></category>
		<category><![CDATA[นิเวศน์ อาภาวศิน]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปอท.]]></category>
		<category><![CDATA[สอท.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ไชยชนก ชิดชอบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=310557</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/310557">ก.ดิจิทัล เรียกคุย Meta หลังหลุดไลฟ์หวิว พบมีฝังลิงก์ Phishing-กฎหมายเดิมส่อเอาผิดแพลตฟอร์มไม่ได้</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ<strong> &#8211;</strong> กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ประชุมร่วมกับผู้บริหาร เมตา<strong> (Meta)</strong> และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามกรณีแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก<strong> (Facebook)</strong> ปล่อยให้มีการถ่ายทอดสดหรือ ไลฟ์สดอนาจาร ร่วมเพศกระจายสู่ระบบฟีดของผู้ใช้งานชาวไทยเป็นจำนวนมาก แม้ผู้ใช้รายนั้นจะไม่เคยเข้าชมเนื้อหาประเภทดังกล่าว โดยภาครัฐเตรียมพิจารณาปรับหลักเกณฑ์กฎหมายเพื่อเอาผิดและบังคับให้แพลตฟอร์มต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น</p>



<p>นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ทางกระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เร่งดำเนินการหารือร่วมกับเจ้าของแพลตฟอร์มทันที ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินคดีทั้งกับผู้ผลิต ผู้เผยแพร่ และตัวแพลตฟอร์ม โดยหลังจากนี้มีความจำเป็นต้องปรับปรุงมาตรการและหลักเกณฑ์ทางกฎหมายให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากกฎประกาศเดิมระบุให้เวลาแพลตฟอร์มในการลบเนื้อหาภายใน 24 ชั่วโมงและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในการจัดการ ส่งผลให้แพลตฟอร์มไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ หากดำเนินการภายในระยะเวลาดังกล่าว กระทรวงฯ จึงเล็งเห็นว่าต้องมีการปรับหลักเกณฑ์ให้แพลตฟอร์มมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วย โดยจะมีการต่อยอดไปถึงมาตรการควบคุม <strong>พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566</strong> (พรก.บัญชีม้า) โดยหลังจากนี้ทาง <strong>Meta</strong> จะต้องไปเตรียมหลักเกณฑ์และประกาศต่าง ๆ เพื่อยกระดับการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ</p>



<p>จากการชี้แจงของทาง เฟซบุ๊ก<strong> (Facebook)</strong> นอกเหนือจากการปิดกั้นบัญชีผู้ใช้จำนวน 5 บัญชีแล้ว บริษัทได้นำเนื้อหาดังกล่าวเข้าสู่ระบบคลังข้อมูลหรือ Data banks เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เนื้อหาประเภทนี้ถูกนำมาเผยแพร่ซ้ำอีก ส่วนสาเหตุที่ระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ตรวจสอบไม่พบในช่วงแรก ทางบริษัทระบุว่าเนื้อหาดังกล่าวใช่ช่องโหว่ของคอนเทนต์ประเภท <strong>Benign</strong> หรือเนื้อหาไม่เป็นอันตราย ไม่ขัดต่อกฎชุมชน แล้วใช้เทคนิคหลบเลี่ยงระบบตรวจจับจนหลุดรอดไปได้ อย่าง การสลับภาพเป็นฉากคนนั่งคุยกัน หรือการสวมใส่หน้ากากของฝ่ายหญิงเพื่อป้องกันไม่ให้ระบบตรวจจับใบหน้าและอวัยวะได้ ซึ่งทาง รมว.ดิจิทัล ระบุว่า แม้ระบบจะอ้างว่ามีเนื้อหาที่ได้รับการยกเว้นหลุดรอดไปเพียงไม่กี่วินาที แต่การปล่อยให้มีการกระทำความผิดถ่ายทอดสดยาวนานถึง 7-8 ชั่วโมง ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้</p>



<p>นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้ร้องขอข้อมูลอัลกอริทึม<strong> (Algorithm)</strong> จากทาง Facebook เพื่อนำมาตรวจสอบเชิงลึกว่าเหตุใดระบบถึงเลือกกระจายฟีดเนื้อหาอนาจารเหล่านี้ไปสู่ผู้ใช้งานทั่วไป ส่วนแหล่งที่มาของบัญชียังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นฝีมือของคนไทยหรือไม่ ซึ่งทางบริษัทกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลภายในระยะเวลา 3-5 วัน โดยในวันพรุ่งนี้ รมว.ดิจิทัล มีกำหนดการจะเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานใหญ่ของ Facebook ในประเทศไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“เขา(Meta) บอกว่านอกจากปิดกั้นหาบัญชีแล้ว ยังมีการปิดกั้นบัญชีอื่นๆที่เป็นเครือข่ายเดียวกันด้วย ซึ่งส่วนตัวมองว่าคำพูดดูสวยหรูฟังไม่ขึ้นแต่ขอให้เอาข้อมูลมาคุยกัน.. ทาง Meta ระบุว่าระบบของเขามีการป้องกันเนื้อหาถึง 95% ทั่วโลก แต่ที่เราเห็นเพียงแค่ 5%” นายไชยชนก กล่าว<br></p>
</blockquote>



<p>ด้าน ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางตำรวจ ปอท. และ สอท. ได้รับรายงานเรื่องการเผยแพร่คลิปอนาจารจาก 5 บัญชี เพื่อนำไปพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของสำนักงานฯ อยู่ระหว่างการขอข้อมูลจากแพลตฟอร์มมาวิเคราะห์แนวทางป้องกัน เนื่องจากมาตรา 15 ของ พ<strong>.</strong>ร<strong>.</strong>บ<strong>.</strong>คอมพิวเตอร์ (ข้อ 6 ของประกาศ) ที่กำหนดกรอบเวลาให้แพลตฟอร์มจัดการเนื้อหาภายใน 24 ชั่วโมง อาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน </p>



<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากช่องโหว่ดังกล่าวทำให้มีโอกาสที่ตามประกาศเดิม <strong>Meta</strong> อาจรอดพ้นจากการถูกเอาผิดทางกฎหมาย จึงต้องตรวจสอบตามข้อ 6 ของประกาศด้วยว่าบริษัทมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเนื้อหาดังกล่าวด้วยหรือไม่</p>



<p>ขณะที่ พล.ต.ต. ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ระบุว่า บัญชีผู้กระทำความผิดทั้ง 5 บัญชีนั้น ตรวจสอบพบว่าเป็นบัญชีอวตารที่นำรูปภาพของคนหน้าตาดีมาตั้งเป็นภาพโปรไฟล์ พร้อมทั้งมีการแนบลิงก์ในลักษณะฟิชชิง (Phishing) เพื่อหลอกดูดข้อมูลของผู้ใช้งาน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(4)</p>



<p>พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลังจากระบบตรวจพบการกระทำผิดในครั้งแรกและครั้งที่สอง ได้มีการประสานงานกับทาง Facebook ทันที ซึ่งทางแพลตฟอร์มชี้แจงว่ามีระบบป้องกันอยู่แล้ว แต่คนร้ายอาศัยช่องโหว่ของระบบปัญญาประดิษฐ์ในการเล็ดรอดเพื่อเผยแพร่ นอกจากนี้ยังพบพฤติการณ์ซ้ำซ้อนคือ หลังจากสิ้นสุดการถ่ายทอดสด ได้มีการนำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อเพื่อโปรโมตเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งหลังจากนี้ทาง Facebook จะเร่งจัดหาข้อมูลที่ทางการไทยร้องขอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปราม ทั้งนี้ ทางตำรวจชี้แจงว่าการรับชมเนื้อหาลามกอนาจารไม่มีความผิดตามกฎหมาย แต่หากผู้ใช้กดแชร์ส่งต่อหรือครอบครองจะถือว่ามีความผิด โดยเฉพาะการส่งต่อในกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์ (Line)</p>



<p>จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ล่าสุดทางบริษัท Meta ได้แจ้งต่อสื่อมวลชนเพื่อแจ้งยกเลิกการจัดงาน<strong> Screen Smart Thailand 2.0</strong> ซึ่งเดิมมีกำหนดการที่จะจัดขึ้นในช่วงบ่ายของวันนี้ เพื่ออัปเดตเกี่ยวกับฟีเจอร์ Teen Accounts และมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับเยาวชนในประเทศไทย</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/310557">ก.ดิจิทัล เรียกคุย Meta หลังหลุดไลฟ์หวิว พบมีฝังลิงก์ Phishing-กฎหมายเดิมส่อเอาผิดแพลตฟอร์มไม่ได้</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ต้นทุนใหม่แรงงานยุคดิจิทัล เมื่อ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานการทำงานที่ต้องจ่ายรายเดือน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/309625</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nopparit Kamolsuwan]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 May 2026 07:53:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Transactions Development Agency]]></category>
		<category><![CDATA[ETDA]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai Card]]></category>
		<category><![CDATA[KTC]]></category>
		<category><![CDATA[PricewaterhouseCoopers]]></category>
		<category><![CDATA[PwC]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พีดับบลิวซี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[เคทีซี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=309625</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; แรงงานยุคใหม่กำลังเผชิญกับกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/309625">ต้นทุนใหม่แรงงานยุคดิจิทัล เมื่อ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานการทำงานที่ต้องจ่ายรายเดือน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> แรงงานยุคใหม่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างต้นทุนการทำงาน จากเดิมที่เคยจ่ายเพียงค่าเดินทางหรือค่าอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่ยุค <strong>AI Economy</strong> ที่ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ไม่ใช่เพียงของเล่นของสายเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น <strong>“ต้นทุนดิจิทัลก้อนใหม่”</strong> หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่คนทำงานต้องแบกรับเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดแรงงานโลก</p>



<p>ข้อมูลจากการวิจัยโดย <strong>พีดับบลิวซี (PricewaterhouseCoopers &#8211; PwC)</strong> ประเมินว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อาจสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจโลกสูงถึง <strong>15.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ</strong> ภายในปี 2573 โดยมูลค่ามหาศาลนี้ไม่ได้เกิดจากการลดจำนวนแรงงานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเพิ่มผลิตภาพ (<strong>Productivity</strong>) การตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น และการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค ทำให้ AI เริ่มถูกมองว่าเป็น <strong>Infrastructure</strong> หรือโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลที่สำคัญไม่ต่างจากอินเทอร์เน็ตในอดีต</p>



<p>สำหรับประเทศไทย สัญญาณการเปลี่ยนผ่านนี้เริ่มชัดเจนขึ้น โดยข้อมูลจาก <strong>สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)</strong> ระบุว่ามูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง พฤติกรรมผู้บริโภคคุ้นเคยกับการใช้บริการแบบสมัครสมาชิก (<strong>Subscription</strong>) ทั้งในกลุ่มฟรีแลนซ์ (<strong>Freelance</strong>) กลุ่มครีเอเตอร์ (<strong>Creator Economy</strong>) และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (<strong>SME</strong>) ที่เริ่มใช้เครื่องมือ AI เพื่อลดระยะเวลาการทำงานและวิเคราะห์ข้อมูล ส่งผลให้หลายองค์กรเริ่มปรับเปลี่ยนงบประมาณจากค่าแรงไปสู่ค่าเทคโนโลยีมากขึ้น</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ <strong>AI Economy</strong> ก็นำมาซึ่งต้นทุนคงที่ (<strong>Fixed Cost</strong>) ที่เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว จากการสมัครสมาชิกแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น <strong>ChatGPT Plus</strong>, <strong>Claude Pro</strong>, <strong>Midjourney</strong>, <strong>Gemini</strong> หรือ <strong>Notion AI</strong> ซึ่งเมื่อรวมกันอาจสูงถึงหลักหมื่นบาทต่อปี นอกจากต้นทุนด้านตัวเงินแล้ว ยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (<strong>Cybersecurity</strong>) จากระบบต่ออายุอัตโนมัติ และการถูกโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิตผ่านเว็บไซต์ปลอมหรือ <strong>AI Scam</strong> ที่มีความแนบเนียนสูงขึ้น</p>



<p>ท่ามกลางความท้าทายนี้ สถาบันการเงินได้เริ่มปรับตัวเพื่อรองรับพฤติกรรมใหม่ ตัวอย่างเช่น <strong>บัตรเครดิตเคทีซี (KTC)</strong> ที่ส่ง <strong>บัตรเครดิตเคทีซี-ดิจิทัล (KTC Digital Credit Card)</strong> ออกสู่ตลาด โดยเน้นการเป็น <strong>Security Layer</strong> หรือชั้นป้องกันความเสี่ยงด้วยการไม่แสดงหมายเลขบัตรและรหัส CVV บนหน้าบัตรจริง แต่ให้เรียกดูผ่านแอปพลิเคชันแทน เพื่อรองรับการใช้จ่ายออนไลน์ที่ต้องผูกบัญชีกับแพลตฟอร์มต่างประเทศจำนวนมาก</p>



<p>ในโลกการทำงานยุคใหม่ ความสามารถในการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพอาจกลายเป็นปัจจัยหลักของรายได้และโอกาสทางอาชีพ คำถามสำคัญในปัจจุบันจึงไม่ใช่เพียงการเข้าถึงเทคโนโลยี แต่คือการบริหารจัดการต้นทุนดิจิทัลเหล่านี้ให้มีความปลอดภัย คุ้มค่า และยั่งยืน เพื่อสร้างความได้เปรียบในเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ความปลอดภัยกลายเป็นต้นทุนพื้นฐานที่ทุกคนต้องคำนึงถึง</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/309625">ต้นทุนใหม่แรงงานยุคดิจิทัล เมื่อ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานการทำงานที่ต้องจ่ายรายเดือน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สส.รับหนังสือ สมาคมอีคอมเมิร์ซไทย จี้รัฐแก้ปัญหากลุ่มทุนแพลตฟอร์มขูดค่า GP</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/309565</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 May 2026 10:13:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ETDA]]></category>
		<category><![CDATA[Thai e-Commerce Association]]></category>
		<category><![CDATA[THECA]]></category>
		<category><![CDATA[กขค.]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการค้าภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[การดี เลียวไพโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ]]></category>
		<category><![CDATA[คริส โปตระนันทน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวุธ พงษ์วิทยภาณุ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาผู้แทนราษฎร]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารรัฐสภา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=309565</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ตัวแทนสส. จากหลายพรรคการเมือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/309565">สส.รับหนังสือ สมาคมอีคอมเมิร์ซไทย จี้รัฐแก้ปัญหากลุ่มทุนแพลตฟอร์มขูดค่า GP</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ตัวแทนสส. จากหลายพรรคการเมือง อาทิ <strong>พรรคประชาชน (People&#8217;s Party)</strong> <strong>พรรคเพื่อไทย (Pheu Thai Party)</strong> <strong>พรรคประชาธิปัตย์ (Democrat Party)</strong> และ <strong>พรรคเศรษฐกิจ (Economic Party)</strong> ร่วมกันรับยื่นหนังสือจาก <strong>สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (Thai e-Commerce Association &#8211; THECA)</strong> พร้อมกลุ่มผู้ประกอบการ <strong>SME</strong> และผู้ค้าออนไลน์ เพื่อสะท้อนวิกฤตโครงสร้างการค้าบน <strong>แพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Platform)</strong> หลังเผชิญสภาวะขาดทุนจากการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมอย่างก้าวกระโดด และการทุ่มตลาดจากสินค้าต่างประเทศที่ไร้การควบคุมจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<p>ข้อมูลจากทางสมาคมฯ ระบุว่า ปัจจุบันผู้ค้าออนไลน์ไทยต้องแบกรับต้นทุนค่าธรรมเนียมที่พุ่งสูงขึ้นจากเดิมร้อยละ 1-3 มาอยู่ที่ร้อยละ 27-28 และในบางกรณีอาจสูงถึงร้อยละ 40 โดยมีการปรับขึ้นเฉลี่ยในทุก 5 เดือน นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขการบังคับร่วมแคมเปญส่วนลดและการจัดส่งที่บีบคั้น จนทำให้รายย่อยต้องปิดตัวลง ขณะเดียวกัน สินค้าจากต่างประเทศยังสามารถส่งตรงถึงผู้บริโภคในราคาต่ำกว่าทุน โดยไม่ต้องจดทะเบียนหรือเสียภาษีในประเทศไทย แตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียที่มีกฎหมายคุ้มครองผู้ค้าในประเทศอย่างเข้มงวด</p>



<h2 class="wp-block-heading">THECA ยื่นข้อเสนอ 3 แนวทางแก้ไขเร่งด่วน:</h2>



<ul class="wp-block-list">
<li>Platform Regulations: ขอให้หน่วยงานรัฐร่วมกันกำหนดมาตรการกำกับดูแลอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบริการของแพลตฟอร์มต่างชาติให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจไทย โดยเสนอให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำแนวทางที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง</li>



<li>SME Empowerment: เร่งบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ (อาทิ DBD, DITP, DEPA) เพื่อผลักดันกลไกสนับสนุนที่ทำได้จริง พร้อมสร้างระบบนิเวศการค้าออนไลน์และพัฒนาทักษะผู้ประกอบการไทยให้แข็งแกร่ง สามารถแข่งขันได้ในระดับสากลท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน</li>



<li>Thai Products First: เพิ่มโอกาสการมองเห็นสินค้าไทยบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเหมาะสม พร้อมระบบสัญลักษณ์ Verified Thai Sellers บนรูปหน้าปกสินค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ควบคู่กับการคุมเข้มผู้ค้าข้ามพรมแดนให้ปฏิบัติตามกฎหมายและเสียภาษี (VAT) อย่างเท่าเทียม</li>
</ul>



<p><strong>นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล</strong> สส.พรรคประชาชน เปิดเผยว่า ปัญหาค่าธรรมเนียมหรือ <strong>ค่า GP</strong> ที่เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งผู้ประกอบการและค่าครองชีพประชาชน พร้อมตำหนิการทำงานของหน่วยงานรัฐที่มักโยนความรับผิดชอบไปมา &#8220;เราต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดูแลและช่วยเหลืออย่างจริงจัง โดยเฉพาะ <strong>สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.)</strong> <strong>กรมการค้าภายใน</strong> และ <strong>สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)</strong> ที่ผ่านมาการออกแนวปฏิบัติมักไม่เกิดผลจริง ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องต่อไป&#8221;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-sme-ecommerce-crisis-platform-fees-copy-1024x683.webp" alt="" class="wp-image-309566" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-sme-ecommerce-crisis-platform-fees-copy-1024x683.webp 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-sme-ecommerce-crisis-platform-fees-copy-300x200.webp 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-sme-ecommerce-crisis-platform-fees-copy-768x512.webp 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-sme-ecommerce-crisis-platform-fees-copy-1536x1024.webp 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/thai-sme-ecommerce-crisis-platform-fees-copy-2048x1365.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ด้าน <strong>นายภาวุธ พงษ์วิทยภาณุ</strong> ตัวแทนจากพรรคประชาชน เน้นยำถึงความเสียหายที่ลุกลามว่า &#8220;วันนี้เห็นได้ชัดว่าความเสียหายเริ่มลุกลามไปเรื่อย ๆ ผู้ประกอบการไทยเริ่มล้มหายตายจาก สินค้าต่างประเทศเริ่มรุกรานเข้ามา ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเริ่มทำอย่างจริงจังให้เห็นผล&#8221; สอดคล้องกับ <strong>นางการดี เลียวไพโรจน์</strong> สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่าประเทศไทยกำลังเสียเอกราชทางเศรษฐกิจและข้อมูลดิจิทัล โดยยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นความอยู่รอดของฐานรากเศรษฐกิจที่ไม่แบ่งแยกฝ่ายค้านหรือรัฐบาล</p>



<p>ขณะที่ <strong>นายคริส โปตระนันทน์</strong> สส.พรรคเศรษฐกิจ กล่าวเสริมว่า ข้อร้องเรียนนี้ครอบคลุมผลกระทบทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรจำเป็นต้องเร่งสร้างความเป็นธรรมในสนามการค้าออนไลน์เพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไทย โดยข้อเสนอหลัก 3 ประเด็นของสมาคมฯ ประกอบด้วย การออกกฎหมายกำกับโครงสร้างค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม, การบังคับให้ผู้ค้าต่างชาติต้องจดทะเบียนในไทยพร้อมกำหนดเพดานราคาสินค้านำเข้า และการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐให้มีอำนาจลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเต็มที่</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/309565">สส.รับหนังสือ สมาคมอีคอมเมิร์ซไทย จี้รัฐแก้ปัญหากลุ่มทุนแพลตฟอร์มขูดค่า GP</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดบทเรียน SME ไทยในยุคต้นทุนพุ่ง ETDA ชี้ทางรอดต้องปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยดิจิทัลให้ตรงจุด</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/309452</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 May 2026 07:44:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[DEPA]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Transactions Development Agency]]></category>
		<category><![CDATA[ETDA]]></category>
		<category><![CDATA[SME D Bank]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มีธรรม ณ ระนอง]]></category>
		<category><![CDATA[สสว.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็ตด้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=309452</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; วงเสวนาเจาะลึกวิกฤต SME ไทย  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/309452">ถอดบทเรียน SME ไทยในยุคต้นทุนพุ่ง ETDA ชี้ทางรอดต้องปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยดิจิทัลให้ตรงจุด</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> วงเสวนาเจาะลึกวิกฤต <strong>SME ไทย</strong> ท่ามกลางภาวะต้นทุนผันผวนและกำลังซื้อชะลอตัว ชี้ปัญหาหลักไม่ใช่แค่ยอดขายตก แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซ้ำซ้อน โดยเฉพาะ <strong>&#8220;ต้นทุนแฝง&#8221;</strong> และการใช้เทคโนโลยีที่ยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เผยกลยุทธ์ทางรอดต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ดาต้าภายในองค์กรเพื่อลดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต มากกว่าการทุ่มงบการตลาดเพียงอย่างเดียว พร้อมเปิดตัวโครงการ <strong>SMEs Growth</strong> ปีที่ 4 มุ่งลงพื้นที่ 16 จังหวัดทั่วประเทศเพื่อปิดช่องว่างทางธุรกิจในยุคดิจิทัล</p>



<p>วิกฤตที่ผู้ประกอบการเผชิญในปัจจุบันมีความซับซ้อนกว่าช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวในอดีต เนื่องจากปัจจัยรุมเร้าทั้งราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากเวที <strong>ETDA Live</strong> โดย <strong>สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธ.)</strong> หรือ <strong>ETDA (เอ็ตด้า)</strong> ระบุว่า SME ส่วนใหญ่เริ่มปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์แล้ว แต่ยังประสบปัญหา &#8220;ไปไม่สุด&#8221; เนื่องจากเลือกใช้เครื่องมือดิจิทัลแบบแยกส่วน ไม่เชื่อมโยงข้อมูลกัน ทำให้ไม่เห็นผลลัพธ์ในระดับโครงสร้างธุรกิจ และมองว่าเทคโนโลยีเป็นภาระด้านต้นทุนมากกว่าการลงทุนเพื่อความยั่งยืน</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="ETDALive ไลฟ์กำลังดี EP2 I “อยู่รอดหรือหลุดเกม? ทางรอด SMEs GROWTH ในวันที่ต้นทุนไม่เคยรอใคร”" width="740" height="416" src="https://www.youtube.com/embed/hI0_kefhecs?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p><strong>คุณมีธรรม ณ ระนอง</strong> รองผู้อำนวยการ <strong>ETDA</strong> พร้อมด้วยตัวแทนจาก <strong>สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)</strong>, <strong>สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)</strong> และ <strong>ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank)</strong> ได้ร่วมวิเคราะห์ว่าปัญหาที่น่ากังวลที่สุดคือการมี &#8220;ต้นทุนเงียบ&#8221; เช่น การจัดการสต็อกที่ไม่มีประสิทธิภาพ ของเสียในกระบวนการผลิต และการไม่มีฐานข้อมูลลูกค้าที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดภาวะ &#8220;ขายดีแต่ไม่มีกำไร&#8221; ซึ่งหากระบบบัญชีและข้อมูลไม่เป็นมาตรฐาน จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ</p>



<p>ในด้านการปรับตัว ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จคือภาคการเกษตรที่เปลี่ยนมาใช้ <strong>Smart Farming</strong> และโดรนเพื่อคุมต้นทุนปุ๋ยและแรงงาน หรือธุรกิจร้านอาหารที่ใช้ระบบ <strong>POS</strong> จัดการสต็อกเพื่อลด <strong>Waste</strong> ให้กลายเป็นกำไร โดย <strong>คุณมีธรรม ณ ระนอง</strong> ได้กล่าวถึงทิศทางการช่วยเหลือว่า <em>&#8220;ปัญหาของ SME ในแต่ละพื้นที่และแต่ละอุตสาหกรรมแตกต่างกัน การสนับสนุนจึงไม่สามารถใช้วิธีคิดแบบเดิมได้ แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจบริบทจริงของผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม เพื่อให้เขาสามารถเริ่มต้นและนำไปต่อยอดได้จริงในธุรกิจของตัวเอง&#8221;</em></p>



<p>สำหรับแผนการดำเนินงานในปี <strong>2026</strong> โครงการ <strong>SMEs Growth</strong> จะเน้นการทำงานเชิงพื้นที่ครอบคลุม 4 ภูมิภาค 16 จังหวัด เพื่อเข้าไปช่วยแก้ <strong>Pain Point</strong> รายพื้นที่ โดยร่วมมือกับพันธมิตรในการจัดหาเครื่องมือ มาตรฐานดิจิทัล และสิทธิประโยชน์ทางการเงิน เป้าหมายไม่ใช่เพียงการช่วยให้รอดพ้นวิกฤตระยะสั้น แต่เป็นการยกระดับวิธีคิดและกระบวนการทำงานให้พร้อมแข่งขันในระยะยาว โดยย้ำว่าก้าวแรกที่สำคัญคือการกลับมาทำความเข้าใจธุรกิจของตนเองและเลือกใช้ดิจิทัลให้ตรงจุดที่สุด</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/309452">ถอดบทเรียน SME ไทยในยุคต้นทุนพุ่ง ETDA ชี้ทางรอดต้องปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยดิจิทัลให้ตรงจุด</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เร่งจัดระเบียบ Ride-Hailing ไทย พบช่องว่างจดทะเบียนรถสาธารณะสำเร็จเพียง 2 พันคันจากหลายหมื่นราย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/308479</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 13:30:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[DLT]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Transactions Development Agency]]></category>
		<category><![CDATA[ETDA]]></category>
		<category><![CDATA[Ride-hailing]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการขนส่งทางบก]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=308479</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; สถานการณ์อุตสาหกรรมแอปพลิเคช [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308479">เร่งจัดระเบียบ Ride-Hailing ไทย พบช่องว่างจดทะเบียนรถสาธารณะสำเร็จเพียง 2 พันคันจากหลายหมื่นราย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> สถานการณ์อุตสาหกรรมแอปพลิเคชันเรียกรถหรือ <strong>Ride-Hailing</strong> ในประเทศไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังภาครัฐเดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมุ่งเน้นให้ผู้ขับขี่ต้องจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะและมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดกลับพบความย้อนแย้งเชิงโครงสร้าง เมื่อมีผู้ขับขี่แสดงความประสงค์จดทะเบียนกว่า 39,000 ราย แต่กลับดำเนินการสำเร็จเพียงประมาณ 2,000 คัน สะท้อนถึงอุปสรรคในขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการให้บริการในวงกว้าง</p>



<p>ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับการเน้นย้ำจากหลายหน่วยงานหลัก ทั้ง <strong>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES)</strong> สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ <strong>ETDA (เอ็ตด้า)</strong> และ <strong>กรมการขนส่งทางบก (DLT)</strong> ที่พยายามผลักดันให้เกิดมาตรฐานความปลอดภัยเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม ทว่าตัวเลขผู้ขับขี่ที่จดทะเบียนถูกต้องในระบบปัจจุบันที่มีเพียงราว 19,000 คัน เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ขับขี่บนแพลตฟอร์มทั้งหมดที่มีหลายแสนราย ชี้ให้เห็นถึง &#8220;ช่องว่างของการปรับตัว&#8221; ที่กฎระเบียบอาจยังไม่สอดคล้องกับศักยภาพในการปฏิบัติจริงของผู้ขับขี่</p>



<p>ในทางปฏิบัติ การเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ขับขี่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีข้อจำกัดด้านต้นทุนและเงื่อนไขทางกฎหมายที่ซับซ้อน เช่น <strong>ต้นทุนประกันภัยรถสาธารณะ</strong> เงื่อนไขของสัญญาเช่าซื้อหรือรถที่ยังติดไฟแนนซ์ ไปจนถึงข้อกำหนดด้านเอกสารและคุณสมบัติของตัวรถ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้กลายเป็นกำแพงสูงที่ทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าระบบได้ตามเป้าหมาย แม้ปัจจุบันจะเริ่มมีการนำระบบตรวจสอบผู้ขับขี่ออนไลน์อย่าง <strong>Driver Verify</strong> มาใช้ แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างอื่น ๆ ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา</p>



<p>ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตั้งคำถามสำคัญถึงความสมดุลระหว่าง &#8220;ความเข้มงวด&#8221; และ &#8220;ความเป็นธรรม&#8221; โดยมองว่าอุตสาหกรรม <strong>Ride-Hailing</strong> เป็นกลไกสำคัญที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศกว่า 30,000–50,000 ล้านบาทต่อปี และมีผู้ขับขี่มากกว่า 400,000 คน หากการบังคับใช้กฎหมายมุ่งเน้นไปที่รายใดรายหนึ่งจากเหตุการณ์เฉพาะหน้า หรือไม่มีความเท่าเทียมในทุกแพลตฟอร์ม อาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประสิทธิภาพของระบบขนส่งในระยะยาว</p>



<p>สถิติจาก <strong>กรมการขนส่งทางบก</strong> ระบุว่าตั้งแต่ปี 2565 มีการจับกุมผู้กระทำผิดรวม 6,776 ราย ส่วนใหญ่เป็นการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตสาธารณะและใช้รถผิดประเภท ซึ่งนำไปสู่การเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนว่าการกำกับดูแลในปัจจุบันครอบคลุมและเป็นธรรมต่อผู้ให้บริการทุกรายแล้วหรือไม่ เพราะหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้โดยสาร คือการที่ &#8220;ทั้งระบบ&#8221; ต้องถูกยกระดับภายใต้มาตรฐานเดียวกันอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะจุดหรือเฉพาะราย</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308479">เร่งจัดระเบียบ Ride-Hailing ไทย พบช่องว่างจดทะเบียนรถสาธารณะสำเร็จเพียง 2 พันคันจากหลายหมื่นราย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ETDA ชี้แนวทางปรับตัวคนทำงานยุค AI แนะเปลี่ยนบทบาทจากผู้ใช้งานสู่ผู้กำกับ พร้อมระวัง 3 กับดักสำคัญ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/308045</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 May 2026 07:52:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[AI Governance Center]]></category>
		<category><![CDATA[AIGC]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Transactions Development Agency]]></category>
		<category><![CDATA[ETDA]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[TK Park]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[สพธอ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=308045</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308045">ETDA ชี้แนวทางปรับตัวคนทำงานยุค AI แนะเปลี่ยนบทบาทจากผู้ใช้งานสู่ผู้กำกับ พร้อมระวัง 3 กับดักสำคัญ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA เปิดเผยแนวทางการรับมือกับการเข้ามาของ <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)</strong> หรือ <strong>AI</strong> โดยระบุว่าในยุคที่ <strong>Generative AI</strong> สามารถช่วยคิดและทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น คนทำงานจำเป็นต้องยกระดับทักษะจากเพียง “ผู้ใช้งาน” ไปสู่การเป็น “ผู้กำกับ AI” เพื่อให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมแนะให้ระวังกับดักความน่าเชื่อถือของข้อมูล และส่งเสริมความเข้าใจด้าน <strong>AI Literacy</strong> เพื่อการใช้งานอย่างมีธรรมาภิบาลในองค์กร</p>



<p>ความท้าทายของคนทำงานในปัจจุบันคือการไม่ตกหลุมพรางของเทคโนโลยี ซึ่งประกอบด้วย 3 กับดักสำคัญ ได้แก่ การหยุดคิดจากการพึ่งพาความเร็วของ AI มากเกินไป การเชื่อมั่นในคำตอบของระบบโดยขาดวิจารณญาณ และปัญหาข้อมูลที่ดูน่าเชื่อถือแต่ไม่เป็นความจริง หรือ <strong>AI Hallucination</strong> ซึ่งเป็นอาการที่ AI สร้างคำตอบที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงหรือคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง หากนำไปใช้งานโดยไม่ตรวจสอบอาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง โดยเฉพาะข้อมูลด้านกฎหมาย ตัวเลข และข้อเท็จจริงทางวิชาการ</p>



<p>ด้านศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (<strong>AI Governance Center</strong> หรือ <strong>AIGC</strong>) ภายใต้การกำกับดูแลของ <strong>สพธอ.</strong> หรือ <strong>ETDA</strong> ได้เสนอแนวทาง 5 ด้านสำหรับการประยุกต์ใช้ <strong>Generative AI</strong> ในองค์กร ประกอบด้วย การสร้างความเข้าใจพื้นฐานในบุคลากร การตระหนักถึงประโยชน์และข้อจำกัด การประเมินความเสี่ยงและแนวทางบริหารจัดการ การวางโครงสร้างการใช้งานจริง และการพิจารณาด้านจริยธรรมเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์กับการควบคุมความเสี่ยง</p>



<p>สำหรับบทบาทใหม่ที่คนทำงานต้องปรับตัวคือการเป็น “ผู้กำกับ” ซึ่งครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การเป็นผู้คิดเชิงกลยุทธ์ที่ใช้ AI เป็นเพียงคู่คิด (<strong>Co-pilot</strong>) การเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้อง (<strong>Editor</strong>) ที่คอยเช็กบริบทและแหล่งอ้างอิง การเป็นผู้ตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์โดยเฉพาะประเด็นจริยธรรม และการเป็นผู้สื่อสารที่เน้นความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นทักษะที่เทคโนโลยียังไม่สามารถทำแทนได้ในระดับลึก</p>



<p>ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล ทาง <strong>ETDA</strong> ได้พัฒนาหลักสูตร <strong>EDC Plus</strong> ในรูปแบบ e-Learning เพื่อมุ่งเน้นให้คนรุ่นใหม่และพลเมืองดิจิทัลมีความฉลาดทางดิจิทัลอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ยังร่วมกับ <strong>TK Park</strong> จัดกิจกรรม “<strong>Awakening Digital Literacy Creator 2026</strong> ปลุกพลังความคิด ส่งต่อความรู้ สู่สังคมดิจิทัล” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปร่วมออกแบบแคมเปญขับเคลื่อนสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัย โดยเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 พร้อมชิงเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308045">ETDA ชี้แนวทางปรับตัวคนทำงานยุค AI แนะเปลี่ยนบทบาทจากผู้ใช้งานสู่ผู้กำกับ พร้อมระวัง 3 กับดักสำคัญ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สภาผู้บริโภคจี้รัฐเลิกเกรงใจแพลตฟอร์ม ชี้บทลงโทษไทยอ่อนด้อยกว่าสิงคโปร์ทำภัยออนไลน์พุ่ง</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/305716</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Apr 2026 10:31:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ACSC]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Transactions Development Agency]]></category>
		<category><![CDATA[ETDA]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[สภาผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[สภาองค์กรของผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[สิงคโปร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=305716</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; สภาองค์กรของผู้บริโภคเปิดเผย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305716">สภาผู้บริโภคจี้รัฐเลิกเกรงใจแพลตฟอร์ม ชี้บทลงโทษไทยอ่อนด้อยกว่าสิงคโปร์ทำภัยออนไลน์พุ่ง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> สภาองค์กรของผู้บริโภคเปิดเผยข้อมูลเปรียบเทียบการปราบปรามมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์ระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ พบความแตกต่างของมาตรการทางกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ โดยสิงคโปร์มีการใช้กฎหมายสั่งปรับแพลตฟอร์มที่ปล่อยให้มีโฆษณาหลอกลวงและบัญชีปลอมด้วยโทษสูงสุดถึง 27 ล้านบาท ส่งผลให้สถิติภัยออนไลน์ลดลงถึง 80% ขณะที่ประเทศไทยยังคงติดหล่มกฎหมายที่มีช่องโหว่ ทำได้เพียงสั่งปรับไม่เกิน 100,000 บาท และไม่มีอำนาจสั่งลบเนื้อหาได้โดยตรง ทำให้ผู้บริโภคต้องแบกรับความเสี่ยงและความเสียหายเพียงลำพัง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ่านบทความต้นฉบับแบบเต็ม : <a href="https://www.tcc.or.th/singapore-scam-law/">สิงคโปร์สั่งปรับแพลตฟอร์ม ภัยออนไลน์ลด 80% แนะไทยต้องเอาจริง</a></li>
</ul>



<p>จากการตรวจสอบขอบ สภาองค์กรของผู้บริโภค พบข้อมูลว่า ในปี 2566 แพลตฟอร์มในเครือ <strong>เมตา (Meta)</strong> ทั้ง <strong>เฟซบุ๊ก (Facebook)</strong>, <strong>วอทซ์แอป (WhatsApp)</strong> และ <strong>อินสตาแกรม (Instagram)</strong> ในสิงคโปร์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงกว่า 50% ของคดีทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าความเสียหายราว 7,129 ล้านบาท รัฐบาลสิงคโปร์จึงบังคับใช้กฎหมาย <strong>Online Criminal Harms Act (OCHA)</strong> ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ให้อำนาจกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้แพลตฟอร์มดิจิทัลลบบัญชี บล็อกเว็บไซต์ หรือระงับแอปพลิเคชันที่ต้องสงสัยว่าเป็นช่องทางอาชญากรรมได้ทันที</p>



<p>กฎหมายดังกล่าวส่งผลให้แพลตฟอร์มต้องปรับตัวอย่างหนัก โดยเฉพาะมาตรการยืนยันตัวตนผู้ขายและผู้ลงโฆษณาใน <strong>คารูเซลล์ (Carousell)</strong> และ <strong>เฟซบุ๊ก (Facebook)</strong> รวมถึงการสั่งให้แพลตฟอร์มส่งข้อความอย่าง <strong>เทเลแกรม (Telegram)</strong> และ <strong>วีแชท (WeChat)</strong> ต้องรายงานการตรวจจับบัญชีปลอมต่อรัฐเป็นประจำ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึง 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 27 ล้านบาท ซึ่งข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ หรือ <strong>ACSC</strong> ระบุว่าหลังจากบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น ความเสียหายที่มีต้นตอจากเฟซบุ๊กในสิงคโปร์ลดลงได้ถึง 80%</p>



<p>เมื่อหันมามองสถานการณ์ในประเทศไทย พบว่ามีความรุนแรงยิ่งกว่า โดย <strong>ACSC</strong> ระบุว่าผู้เสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ในไทยกว่า 60-70% มีจุดเริ่มต้นมาจาก <strong>เฟซบุ๊ก (Facebook)</strong> แต่กฎหมายที่มีอยู่อย่างพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือ <strong>กฎหมาย DPS</strong> ภายใต้การดูแลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (<strong>ETDA</strong>) กลับเน้นไปที่การแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจและช่องทางการร้องเรียนเท่านั้น ไม่ได้กำหนดความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และไม่มีกลไกให้อำนาจรัฐสั่งลบเนื้อหาได้ในทันที</p>



<p>แม้ปัจจุบันจะมีความร่วมมือระหว่างศูนย์ <strong>ACSC</strong> กับแพลตฟอร์มอย่าง <strong>ติ๊กต๊อก (TikTok)</strong>, <strong>เมตา (Meta)</strong> และ <strong>กูเกิลเพลย์สโตร์ (Google Play Store)</strong> ในการปิดกั้นลิงก์ปลอมหรือแอปพลิเคชันอันตราย แต่สภาผู้บริโภคมองว่านั่นเป็นเพียงความร่วมมือโดยสมัครใจ ซึ่งไม่มีหลักประกันความยั่งยืนในอนาคต หากไม่มีกฎหมายบังคับที่ชัดเจน แพลตฟอร์มข้ามชาติที่สร้างกำไรมหาศาลจากผู้ใช้ในไทยก็อาจไม่ให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาอย่างจริงจัง</p>



<p>สภาองค์กรของผู้บริโภคจึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลไทยเร่งยกระดับกฎหมายใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ ให้อำนาจรัฐสั่งแพลตฟอร์มดำเนินการเชิงรุกเมื่อพบภัยออนไลน์ ปรับบทลงโทษให้สูงสอดคล้องกับรายได้ของแพลตฟอร์ม และกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นบนพื้นที่ของตนเอง เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคต้องรับกรรมจากการแสวงหาผลประโยชน์ของมิจฉาชีพและแพลตฟอร์มที่ไม่รับผิดชอบ</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305716">สภาผู้บริโภคจี้รัฐเลิกเกรงใจแพลตฟอร์ม ชี้บทลงโทษไทยอ่อนด้อยกว่าสิงคโปร์ทำภัยออนไลน์พุ่ง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
